ศาลมีอำนาจชี้ขาดจำนวนเงินที่ประเมินภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 31 และการที่ศาลให้คืนเงินน้อยกว่าที่โจทก์ฟ้องไม่เป็นการตัดสินเกิ
ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 31 ศาลมีอำนาจชี้ขาดจำนวนเงินที่ประเมินด้วยได้ ไม่ใช่เพียงว่าการประเมินถูกหรือไม่ถูกเท่านั้น และการที่ศาลให้คืนเงินน้อยกว่าที่โจทก์ฟ้องไม่เป็นการตัดสินเกินคำขอ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนภาษีที่เรียกเก็บเกิน 2,005 บาท 42 สตางค์ แต่ศาลชั้นต้นคำนวณภาษีที่ถูกต้องเป็น 800 บาท จึงให้จำเลยคืน 1,305 บาท 42 สตางค์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2491บริษัทนันทผลพานิชจำกัด โดยคุณหญิงชั้ว เช็งประดินันท์ภูมิรัตน์ กรรมการ นายกอท้วงสิว แซ่กอ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เทศบาลตำบลหาดใหญ่ โดยนายปิติ เชาวนพงศ์ เป็นนายกเทศมนตรีจำเลย พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ป.วิ.พ. ม. 142พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 31 นั้นไม่ได้หมายความว่าศาลมีอำนาจเพียงชี้ว่าการประเมินนั้นได้กระทำถูกหรือไม่ถูกเท่านั้น แต่ศาลย่อมมีอำนาจชี้ขาดจำนวนเงินที่ประเมินด้วยได้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงิน 2,005 บาท 42 สตางค์แต่ศาลให้คืน 1,305 บาท 42 สตางค์นั้นไม่เป็นการตัดสินเกินคำขอโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเคยเรียกเก็บภาษีโรงร้านจากจำเลยปีละ 100 บาท ในปี 2487 จำเลยเรียกให้ชำระ 2,105 บาท 42 สตางค์ เป็นการเกินความจริง และคลาดเคลื่อนจากหลักเกณฑ์จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนเงินที่เกิน 2,005 บาท 42 สตางค์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยต่อสู้ว่า เก็บภาษี 2,105 บาท 42 สตางค์ ไม่เกินจากความจริงและไม่คลาดเคลื่อนต่อหลักเกณฑ์ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่ดินและโรงเรือนทำเลที่ตั้งของโรงงานค่าของส่วนควบ เห็นควรให้เช่าเดือนละ 1,600 บาท ปีหนึ่ง 19,200 บาท ซึ่งเมื่อคำนวนแล้วควรเป็นค่าภาษี 800 บาท จึงให้จำเลยคืนเงิน 1,305 บาท 42 สตางค์แก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 31 นั้น ไม่ได้หมายความว่าศาลมีอำนาจเพียงชี้ขาดว่าการประเมินนั้นได้ กระทำถูกหรือไม่ถูกเท่านั้น แต่ศาลย่อมมีอำนาจชี้ขาดจำนวนเงินที่ประเมินด้วยได้ และเห็นว่าศาลชั้นต้นประเมินสถานที่ และคำนวณว่าควรเสียภาษีปีละ 800 บาทนี้ ไม่เห็นมีเหตุจะแก้ไขส่วนที่โจทก์ขอเงินคืน 2,005 บาท 42 สตางค์ แต่ศาลคืน 1,305 บา