ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2491

ประเด็นกฎหมาย

ศาลมีดุลพินิจไม่ส่งตัวจำเลยไปกักกันตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 มาตรา 8-9 เมื่อจำเลยต้องโทษระยะห่างๆ กันและโทษครั้งนี้เพียง 6

หลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยต้องโทษระยะห่างๆ กัน และโทษครั้งนี้เพียง 6 เดือน ศาลย่อมใช้ดุลพินิจไม่ส่งตัวจำเลยไปกักกันได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกโทษกักกัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยต้องโทษจำคุก 4 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 (3 เดือน พ้นโทษ พ.ศ.2466), ครั้งที่ 2 (8 ปี พ้นโทษ พ.ศ.2475), ครั้งที่ 3 (8 เดือน พ้นโทษ พ.ศ.2479) และครั้งที่ฟ้องนี้ (6 เดือน) โดยการต้องโทษเป็นระยะห่างๆ กัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2491อัยการกรมอัยการโจทก์นายผัน นายเกลี้ยงจำเลย ป.วิ.อ. ม. 218 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ในคดีนี้ที่โจทก์ขอให้ส่งตัวจำเลยไปกักกันตาม พระราชบัญญัติกักกันฯลฯ มาตรา 8-9 นั้น เมื่อปรากฏว่าโทษครั้งที่หนึ่งจำเลยต้องจำคุก 3 เดือนพ้นโทษ พ.ศ.2466 โทษครั้งที่ 2 ต้องจำคุก 8 ปี พ้นโทษ พ.ศ.2475 โทษครั้งที่ 3 ต้องจำคุก 8 เดือนพ้นโทษ พ.ศ.2479 ดังนี้ เป็นการต้องโทษระยะห่างๆ กันและเมื่อต้องโทษครั้งที่ฟ้องนี้เพียง 6 เดือนเท่านั้น ศาลย่อมใช้ดุลพินิจไม่ส่งตัวจำเลยไปกักกันได้ศาลชั้นต้นให้จำคุก 6 เดือนส่งไปกักกัน 3 ปีศาลอุทธรณ์ให้ยกโทษกักกัน โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในเรื่องกักกันได้ศาลชั้นต้นจำคุกนายผันจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 249, 59มีกำหนด 6 เดือน เมื่อพ้นโทษแล้ว ให้ส่งไปกักกันตามมาตรา 8, 9ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไม่ส่งตัวนายผันไปกักกันโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ปรากฏว่า ครั้งที่ 1 นายผันต้องโทษจำคุก 3 เดือน พ้นโทษเมื่อ 2466 ครั้งที่ 2 ต้องจำคุก 8 ปี พ้นโทษเมื่อ 2475 ครั้งที่ 3 ต้องจำคุก 8 เดือน พ้นโทษเมื่อ 2479 ทั้งนี้นายผันต้องโทษระยะห่าง ๆ กัน มาต้องโทษครั้งนี้เพียง6 เดือนเท่านั้น ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่ว่าไม่ควรส่งนายผันไปกักกันจึงชอบแล้ว พิพากษายืน(ศิลปสิทธิวินิจฉัย-ประวัติ ปัตตพงศ์-ปรีชาวินิจฉัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ