พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ กับพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้แทนกันหรือขัดกัน การฝ่าฝืนประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัต
กฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ต่างกันย่อมไม่ขัดกันและไม่ใช้แทนกัน การกระทำที่ฝ่าฝืนประกาศที่ออกตามกฎหมายฉบับใดต้องบังคับตามกฎหมายฉบับนั้น
พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยมีข้าวเปลือกเกินกว่า 50 ถัง ไม่ไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนด 7 วัน ตามประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2491อัยการเพชรบุรีโจทก์นายไผ่ ห้วยแก้วจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ กับพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว มิใช่เป็นกฎหมายที่ใช้แทนหรือขัดกันเพราะพระราชบัญญัติฉบับแรกมีความมุ่งหมายเพื่อให้มีเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของต่างๆ เพียงพอแก่ความต้องการของประเทศส่วนความมุ่งหมายแห่ง พระราชบัญญัติฉบับหลังมีเพียงแต่สำรวจและห้ามกักกันข้าว เมื่อมีการกระทำฝ่าฝืนประกาศที่ออกตามอำนาจในพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ ก็ต้องใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับ จะนำพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวมาใช้บังคับแทนไม่ได้ได้ความว่า จำเลยมีข้าวเปลือกเกินกว่า 50 ถัง ไม่ไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนด 7 วัน ตามประกาศซึ่งได้ออกโดยอาศัยอำนาจในพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในเรื่องเกี่ยวกับข้าวนั้น ต้องบังคับตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวซึ่งออกภายหลังและกำหนดเวลาให้แจ้งปริมาณข้าวที่มีไว้ไม่น้อยกว่า 15 วัน จำเลยจึงไม่ผิดพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ 2488 กับพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 มิใช่เป็นกฎหมายที่ใช้แทนกันหรือขัดกัน เพราะพระราชบัญญัติฉบับแรกมีความมุ่งหมายเพื่อให้มีเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของต่าง ๆ เพียงพอแก่ความต้องการของประเทศ ส่วนความมุ่งหมายแห่งพระราชบัญญัติฉบับหลัง มีเพียงแต่สำรวจและห้ามกักกันข้าว เมื่อจำเลย