ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการลงโทษกักกันตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ว่าจำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้ายหรือไม่
การพิจารณาว่าจำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้ายหรือไม่ ให้พิเคราะห์จากประวัติการกระทำผิดและพฤติการณ์ประกอบกัน แม้โทษบางฐานจะพ้นโทษมานาน แต่หากยังคงกระทำผิดซ้ำอีก ย่อมแสดงให้เห็นว่ามีสันดานเป็นผู้ร้าย
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษกักกันแก่จำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 1 ต้องโทษมาแล้วรวม 7 เรื่อง ซึ่งมีลักทรัพย์ 3 เรื่อง ฐานรับของโจร 1 เรื่อง โทษฐานลักทรัพย์พ้นโทษมาเป็นเวลานานถึง 10 ปี แต่ต่อมาจำเลยต้องโทษฐานรับของโจรอีก พ้นโทษเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2489 จำเลยมีอายุเพียง 37 ปี และได้กระทำผิดรวมถึง 8 ครั้ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2491พนักงานอัยการโจทก์นายแฉล้ม ขำจิตต์ นายสำอาง รักดีจำเลย พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ป.วิ.อ. ม. 218พฤติการณ์ที่ถือว่าจำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้ายศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 2 ปี 4 เดือนและลงโทษกักกันอีก 3 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกโทษกักกันเสียดังนี้ โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในเรื่องกักกันได้คดีมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกมีกำหนด 2 ปี 4 เดือน ตามกฎหมายอาญา มาตรา 295, 163, 72 แล้วลงโทษกักกันอีก 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกโทษกักกันโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 ต้องโทษมาแล้วรวม 7 เรื่องซึ่งมีลักทรัพย์ 3 เรื่องฐานรับของโจรเรื่องหนึ่ง แม้ว่าโทษเฉพาะฐานลักทรัพย์จะได้พ้นโทษมาเป็นเวลานานถึง 10 ปีก็ดีแต่ต่อมาจำเลยก็ต้องโทษฐานรับของโจรอีก พ้นโทษเมื่อวันที่22 กันยายน 2489 นี้เอง เมื่อพิเคราะห์ถึงความผิดในครั้งนี้ประกอบกับที่จำเลยมีอายุเพียง 37 ปี ได้กระทำผิดรวมถึง 8 ครั้งย่อมแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้าย จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษกักกันแก่จำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น(นาถปรีชา-ธรรมบัณฑิต-นนทปัญญา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ