ข้อยกเว้นความผิดฐานกบถตามมาตรา 104(1) วรรคท้าย แห่งกฎหมายลักษณะอาญา ใช้เฉพาะการพูดในรัฐสภาหรือไม่ และการพูดหาเสียงนอกสภาของ ส.ส. เข้าข้อยกเว้นหรือไม่
ข้อยกเว้นตามมาตรา 104(1) วรรคท้าย ไม่ได้จำกัดเฉพาะการพูดในที่ประชุมรัฐสภา หากเป็นการติชมรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ย่อมเข้าข้อยกเว้นและไม่เป็นความผิด
จำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
จำเลยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปพูดหาเสียงให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งในที่ต่างๆ มีข้อความดูหมิ่นรัฐบาลและราชการแผ่นดิน ถูกฟ้องฐานกบถภายในราชอาณาจักร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 631/2491พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายโชติ คุ้มพันธ์จำเลย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 104ข้อยกเว้นตามมาตรา 104(1) วรรคท้ายนั้นไม่ได้หมายเฉพาะการพูดในที่ประชุมของรัฐสภา ถ้าจำเลยได้กระทำการโฆษณาติและชมการกระทำของรัฐบาลในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการกระทำเข้าตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 104(1) วรรคท้ายแล้ว ก็ย่อมไม่เป็นความผิดความว่า จำเลยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ไปพูดในการโฆษณาหาเสียงในที่ต่าง ๆ ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งมีข้อความซึ่งโจทก์ฟ้องหาว่า เป็นการโฆษณาดูหมิ่นรัฐบาลและราชการแผ่นดิน อันเป็นความผิดฐานกบถภายในราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นลงโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 104(1) ก.ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อยกเว้นตามมาตรา 104(1) วรรคท้ายนั้นไม่ได้หมายถึงเฉพาะการพูดในที่ประชุมของรัฐสภาดังโจทก์เข้าใจข้อความที่โจทก์ฟ้องจำเลยนี้ จำเลยได้พูดในการโฆษณาหาคะแนนเสียงให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งรัฐบาลในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอาจถูกติและชมได้ แม้จำเลยจะพูดดังโจทก์ฟ้อง กรณีก็ต้องด้วยข้อยกเว้นแห่งกฎหมายอาญา มาตรา 104(1) วรรคท้าย จำเลยจึงไม่มีผิดพิพากษายืน(จำรูญเนติศาสตร์-ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร-ประวัติ ปัตตพงศ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ