ปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลฟังข้อเท็จจริงไม่ตรงตามสำนวนเป็นข้อกฎหมายหรือไม่ และพลตำรวจไม่จับกุมผู้ลักเล่นการพนันเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 146 หรือไ
การที่ศาลไม่เอาผิดจำเลยที่ 1 ฐานลักเล่นการพนันเพราะอาศัยพยานหลักฐานที่ได้ความในทางพิจารณา มิใช่ฟังข้อเท็จจริงผิดจากถ้อยคำในสำนวน การที่พลตำรวจไม่จับกุมผู้ลักเล่นการพนันไม่พอให้ถือว่าเป็นการป้องกันหรือขัดขวางตามมาตรา 146 และการยกโทษจำคุกตามมาตรา 40 เป็นการใช้ดุลพินิจที่ใช้ได้ทั่วไป ไม่ขัดต่อพระราชบัญ
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบเล่นการพนันเบี้ยโบกโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ต้องจับกุมแต่ไม่จับกุม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 2-6 แต่ยกโทษจำคุกจำเลยที่ 3 เพราะชราภาพ และยกฟ้องจำเลยที่ 1 และ 7 โจทก์ฎีกาว่าศาลฟังข้อเท็จจริงไม่ตรงสำนวนและจำเลยที่ 1 ควรผิดตามมาตรา 146 และศ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2491อัยการภูเขียวโจทก์พลตำรวจไส หงอกพิสัย กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 219 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 40, ม. 146 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ฎีกาว่าศาลฟังข้อเท็จจริงไม่ตรงตามสำนวนนั้นเป็นข้อกฎหมายพลตำรวจไม่จับกุมผู้ลักเล่นการพนันนั้นไม่เป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 146 เพราะการไม่จับกุมไม่ถือว่าเป็นการป้องกันและขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายการใช้ดุลพินิจยกโทษจำคุกตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 40แก่จำเลยในคดีการพนันย่อมใช้ได้ ไม่เป็นการขัดต่อพ.ร.บ.การพนันโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบเล่นการพนันเบี้ยโบก โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ต้องจับกุม และมิได้ทำการจับกุม จึงเป็นการขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายขอให้ลงโทษศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2, 3, 4, 5, 6แต่โทษจำคุกจำเลยที่ 3 ให้ยกเสีย เพราะจำเลยชราภาพมาก ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และ 7โจทก์ฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า คดีส่วนตัวจำเลยที่ 1 นั้นศาลฟังข้อเท็จจริงไม่ตรงตามสำนวน และควรมีผิดตามมาตรา 146 กฎหมายอาญาด้วย ส่วนสำหรับจำเลยที่ 3 นั้น ศาลไม่มีอำนาจยกโทษจำคุกเพราะขัดกับพระราชบัญญัติการพนันศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลไม่เอาผิดจำเลยที่ 1 ฐานลักเล่นการพนัน เพราะอาศัยคำพยานหลักฐานที่ได้ความในทางพิจารณา มิใช่ฟังข้อเท็จจริงผิดจากถ้อยคำในสำนวน และการที่จำเลยที่ 1 เป็นพลตำรวจไม่จับกุมผู้ลักเล่นการพนันนั้น จะเอาผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 146 ไม่ได้ เพราะการที่จำเลยไม่จับกุม ยังไม่พอที่จะถือว่าเป็นการป้องกันและขัดขวางการยกอาญาจำคุกจำเลยที่ 3 เป็นการใช้ดุลพินิจตามกฎหมายอาญามาตรา 40 ซึ่งเป็นบทบัญญัติใช้ได้ทั่วไป ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติการพนัน พิพากษายืน(ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคา