การฟ้องว่าจำเลยเป็นตัวการสมคบกันกระทำความผิด แต่ทางพิจารณาได้ความเพียงว่าเป็นผู้สมรู้ในองค์ความผิดเดียวกัน ลงโทษฐานสมรู้ได้หรือไม่
คำฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยสมคบกันกระทำความผิดอันเป็นความผิดฐานตัวการ แต่ทางพิจารณาได้ความเพียงว่าจำเลยกระทำความผิดในฐานเป็นผู้สมรู้ในองค์ความผิดเดียวกันนั้น ย่อมลงโทษจำเลยได้ ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันเล่นการพนันโปปั่น โดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนัน จำเลยอื่นเป็นเจ้ามือและผู้เข้าเล่น ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทุกคนตามฟ้อง เว้นแต่จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ในการจัดให้มีการเล่นการพนัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 681/2491อัยการตะกั่วป่าโจทก์พลตำรวจเยื้อง ฉิมพลีศิริ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 192 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 63, ม. 65 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนันโปปั่นทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเป็นผู้สมรู้ในการจัดให้มีการเล่นการพนันดั่งนี้ ลงโทษจำเลยฐานสมรู้ได้ (อ้างฎีกา 205/2483)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันเล่นการพนันโปปั่นตามพระราชบัญญัติการพนัน โดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนัน จำเลยอื่นเป็นเจ้ามือและผู้เข้าเล่นศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทุกคนตามฟ้อง เว้นแต่จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ในการจัดให้มีการเล่นการพนันรายนี้ จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่า จำเลยสมคบกันกระทำความผิดอันเป็นความผิดฐานตัวการ แต่ทางพิจารณาได้ความเพียงว่า จำเลยกระทำความผิดในฐานเป็นผู้สมรู้ในองค์ความผิดเดียวกันนั้น ย่อมลงโทษจำเลยได้ ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192พิพากษายืน(ทรงนิติกรณ์-ประวัติ ปัตตพงศ์-ปรีชาวินิจฉัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ