การละทิ้งหน้าที่ไปนั่งคุยและนอนคุยในห้องปรับอากาศเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แต่เมื่อข้อบังคับมิได้กำหนดว่าเป็นกรณีร้ายแรง จึงไม่ถือเป็นกร
การฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานจะถือเป็นกรณีร้ายแรงที่เลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อนนั้น ข้อบังคับหรือระเบียบดังกล่าวต้องกำหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นกรณีร้ายแรง หากมิได้กำหนดไว้ จะถือเป็นกรณีร้ายแรงไม่ได้ และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครอง
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1-4 และค่าจ้างค้างจ่ายกับเงินประกันแก่โจทก์ทั้งห้าพร้อมดอกเบี้ย
ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่ไปนั่งคุยและนอนคุยในห้องปรับอากาศเป็นเวลาประมาณ 25 นาที โดยไม่มีการเล่นการพนัน ข้อบังคับการทำงานของนายจ้างห้ามการกระทำดังกล่าวแต่มิได้กำหนดว่าเป็นกรณีร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ตักเตือนเป็นหนังสือก่อน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711 - 1715/2529นาย นำไทย จันทร์ประเสริฐ ฯ กับพวกโจทก์บริษัท เจริญสวัสดิ์ใยเทียมยืด จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 183, ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 11 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (1), ข้อ 47 (2), ข้อ 47 (3)โจทก์ละทิ้งหน้าที่เข้าไปนั่งคุยและนอนคุยในห้องปรับอากาศเป็นความผิดตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานข้อ7.5ที่ว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันไม่เอาเวลาของการทำงานไปคุยทำให้เสียหายแก่นายจ้างและข้อ7.6ที่จะต้องไม่หยอกล้อเล่นกันในเวลาทำงานและไม่หลับนอนในระหว่างการทำงานแต่ตามข้อบังคับหรือระเบียบดังกล่าวมิได้กำหนดว่าเป็นกรณีร้ายแรงอันจะเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อนจึงจะถือว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีที่ร้ายแรงไม่ได้กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ47(3)ส่วนจะเป็นความผิดตามข้อบังคับหรือระเบียบฯข้ออื่นหรือไม่คำสั่งเลิกจ้างหาได้ระบุความผิดดังกล่าวไว้ไม่จึงไม่มีประเด็นสำหรับความผิดนั้นและไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ ทั้ง ห้า เป็น ลูกจ้าง ของ จำเลย จำเลย เลิกจ้างโจทก์ ทั้ง ห้า โดย ไม่ มี ความผิด ขอ ให้ บังคับ จำเลย จ่าย ค่าชดเชย สินจ้าง แทน การ บอกกล่าว ล่วงหน้า ค่าจ้าง ค้างจ่าย และ เงินประกันการ เข้า ทำงาน พร้อม ดอกเบี้ย แก่ โจทก์ ทั้ง ห้า จำเลย ทั้ง ห้า สำนวน ให้การ ว่า จำเลย เลิกจ้าง โจทก์ ทั้ง ห้า เพราะโจทก์ ทั้ง ห้า ร่วมกับ ลูกจ้าง