ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2540

ประเด็นกฎหมาย

การลงเวลาทำงานเท็จของลูกจ้างรายเดือน ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหายหรือไม่

หลักกฎหมาย

ลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าจ้างเป็นอัตราเดือนละแน่นอน การคิดค่าจ้างไม่ขึ้นกับจำนวนวันและเวลาที่ปฏิบัติงาน การลงเวลาทำงานเท็จของลูกจ้างรายเดือนมีผลเพียงเป็นการขาดงานหนึ่งกะเท่านั้น ไม่ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์ในค่าจ้างโดยไม่ชอบหรือจงใจให้นายจ้างเสียหาย จึงไม่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจทำให้เสียหายตาม

คำวินิจฉัย

จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำความผิด จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างรายเดือน ลงเวลาทำงานกะกลางคืนเป็นเท็จ โดยไม่ได้ปฏิบัติงานจริง แต่ค่าจ้างรายเดือนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาทำงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2540นาย พงษ์พัฒน์ วงศ์พรหมโจทก์บริษัท อาโอยาม่าไทย จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 47 (1), ข้อ 47 (3), ข้อ 47 (4)โจทก์เป็นลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าจ้างเป็นอัตราเดือนละตามจำนวนที่กำหนดไว้แน่นอนการคิดค่าจ้างเป็นรายเดือนนี้ย่อมไม่มีการนำจำนวนวันละเวลาที่มาปฏิบัติงานมาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าจ้างในการมาปฏิบัติงานของโจทก์ดังนี้หากโจทก์จะขาดงานไปบ้างก็ถือเป็นเพียงการปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฐานละทิ้งหน้าที่เท่านั้นการที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างรายเดือนลงเวลามาปฏิบัติงานกะกลางคืนตั้งแต่เวลา19.57นาฬิกาถึงเวลา4นาฬิกาของวันรุ่งขึ้นอันเป็นเท็จย่อมมีผลเป็นการขาดงานไปหนึ่งกะเท่านั้นกรณียังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ในค่าจ้างโดยไม่ชอบและประสงค์ให้จำเลยได้รับความเสียหายแก่การผลิตจึงไม่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่และจงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ47(1)และ(3)การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำความผิดดังกล่าวจำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2535 จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำในตำแหน่งแผนกผลิต ได้รับเงินเดือนเดือนละ4,780 บาท กำหนดจ่ายเงินเดือนทุกวันสิ้นเดือน ต่อมาวันที่7 กันยายน 2538 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด และไม่จ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมาย โจทก์ทำงานมาเกิน 3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเป็นเงิน 28,680 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 28,680 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างป