ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2540

ประเด็นกฎหมาย

ค่าบริการโทรศัพท์ในโรงแรมเป็นรายรับประเภทใด และการโอนขายที่ดินให้บริษัทย่อยเป็นการค้าหรือไม่

หลักกฎหมาย

ค่าบริการโทรศัพท์ที่โรงแรมจัดให้ผู้เข้าพักเป็นรายรับจากการประกอบธุรกิจโรงแรม ต้องเสียภาษีการค้าประเภท 7(ข) จากรายรับก่อนหักค่าใช้จ่ายตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากร การโอนขายที่ดินและอาคารให้บริษัทย่อยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงฐานะทางการเงิน มิใช่การขายเป็นทางค้าหรือหากำไร จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้า

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีการค้าที่ ต.7 1037/4/102352 และที่ ต.7 1037/4/102354 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2536 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ 216ค/2537/1 และเลขที่ 216ก/2537/1 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2537 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นโรงแรมที่จัดให้มีโทรศัพท์บริการผู้เข้าพักทั้งภายในและภายนอกห้องพัก โดยคิดค่าบริการ และโจทก์ได้โอนขายที่ดินและอาคารซึ่งใช้เป็นสถานประกอบการให้แก่บริษัทย่อยที่โจทก์ถือหุ้นร้อยละ 99.99 โดยมีคณะกรรมการชุดเดียวกัน การชำระเงินเป็นการโอนตัวเลขทางบัญชี เพื่อให้โจทก์มีกำไรและมีคุณสมบัติเข้าจดทะเบียน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2540บริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชนโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 78 ประกาศกรมแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งกรรมการลูกจ้างประเภทการค้า 7 (ข) ประกาศกรมแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งกรรมการลูกจ้างประเภทการค้า 10 ประกาศกรมแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งกรรมการลูกจ้างประเภทการค้า 11 โจทก์มีโทรศัพท์ไว้บริการแขกผู้มาพักการใช้โทรศัพท์ผู้มาพักสามารถใช้โดยผ่านพนักงานโรงแรมของโจทก์ช่วยต่อให้หรือผู้มาพักต่อสายด้วยตนเองโดยผ่านตู้แยกสายที่โจทก์จัดไว้ให้และผู้มาพักสามารถติดต่อภายในกรุงเทพมหานครต่างจังหวัดและต่างประเทศได้และสามารถโทรออกจากห้องพักหรือโทรจากนอกห้องพักก็ได้ดังนี้เมื่อโทรศัพท์ดังกล่าวโจทก์เป็นผู้จัดหาไว้ให้ผู้มาพักได้ใช้ทั้งภายในและภายนอกห้องพักจึงเป็นบริการที่โจทก์จัดให้แก่ผู้มาพักควบคู่กันไปกับการจัดห้องพักดังนั้นค่าตอบแทนที่ได้จากการนั้นจึงถือเป็นรายรับอันเนื่องมาจากการจัดสถานที่และอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้เข้ามาพักในโรงแรมของโจทก์เป็นรายรับที่ได้รับจากการประกอบธุรกิจโรงแรมซึ่งต้องเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า7(ข)โรงแรมหาใช่ประเภทการค้า10ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าไม่และตามประมวลรัษฎากรมาตรา 78ได้บัญญัติให้ต้องเสียภาษีการค้าจากรายรับของทุกเดือนภาษีตามอัตราในบัญชีภาษีการค้าซึ่งหมายความว่าเป็นรายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆจึงไม่มีค่าใช้จ่ายที่จะนำมาหักเพื่อคำนวณภาษีการค้าโจทก์จึงหามีสิทธิจะนำค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระให้แก่องค์การโทรศัพท์และการสื่อสารแห่งประเทศไทย มาหักออกแล้วนำเฉพาะส่วนที่โจทก์เรียกเก็บเพิ่มจากผู้เข้ามาพักเสียภาษีการค้าเท่านั้นไม่ โจทก์มิได้มีวัตถุประสงค์เป็