การตีความประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าผู้ที่เคยแจ้งปริมาณสิ่งของควบคุมตามประกาศเก่าแล้ว ต้องแจ้งใหม่ตามประกาศฉบับใหม่หรือไม่ และการไม่แจ้งใหม่เป็นการ
ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่หาใช่กฎหมายหรือส่วนหนึ่งของกฎหมายไม่ หากเป็นคำสั่งของพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น และการตีความประกาศต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ต้องการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบปริมาณสิ่งของเพื่อเพียงพอแก่ประชาชน เมื่อผู้ใดได้แจ้งปริมาณไว้แล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ทราบดีอยู่แล้ว
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้ฝ่าฝืนประกาศคณะกรมการจังหวัด ฉบับที่ 19/2489 เนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้สั่งให้ผู้ที่เคยแจ้งปริมาณไว้แล้วต้องไปแจ้งใหม่อีก
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองข้าวสารเกินปริมาณไม่ไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามประกาศคณะกรมการจังหวัด ฉบับที่ 19/2489 จำเลยให้การว่าไม่ได้ไปแจ้งตามประกาศฉบับดังกล่าว แต่เคยแจ้งปริมาณไว้ตามประกาศควบคุมฉบับเก่าแล้ว ศาลชั้นต้นสอบโจทก์แล้วโจทก์รับว่าจำเลยแจ้งไว้จริง แต่ประกาศฉบับเก่ายกเลิกไ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2491อัยการสุราษฎร์ธานีโจทก์นายบุญก๊ก แซ่ลิ้มจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 45ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นๆ มีข้อความว่า "สำหรับผู้ไม่เคยแจ้งปริมาณ เมื่อได้มาในครอบครองซึ่งสิ่งของควบคุมตามจำนวนที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ว่าต้องแจ้งปริมาณต้องไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามกำหนดไว้ในวรรคก่อน" นั้นแสดงให้เห็นว่าสำหรับผู้ที่เคยแจ้งปริมาณไว้แล้ว หาต้องไปแจ้งใหม่ไม่โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองข้าวสารเกินปริมาณไม่ไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ เป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะกรมการจังหวัด ฉบับที่ 19/2489 จำเลยให้การว่าตามประกาศของคณะกรมการจังหวัดฉบับที่ 19/2489 นั้นจำเลยไม่ได้ไปแจ้งปริมาณจริง แต่จำเลยเคยแจ้งปริมาณไว้ตามประกาศควบคุมฉบับเก่าแล้ว ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ ๆ ว่าจำเลยแจ้งไว้จริง แต่ประกาศฉบับเก่ายกเลิกไปแล้วศาลชั้นต้นเห็นว่า ความเข้าใจผิดของจำเลยเกิดจากการแปลข้อความของประกาศคณะกรมการจังหวัดซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายจะยกมาแก้ตัวไม่ได้ พิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยเข้าใจผิดในข้อความของประกาศ เป็นการเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงเป็นเหตุให้ไม่มีเจตนากระทำผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามประกาศข้อ 2 วรรคสุดท้ายมีข้อความว่า "สำหรับผู้ที่ไม่เคยแจ้งปริมาณ เมื่อได้มาในครอบครองซึ่งสิ่งของควบคุมตามจำนวนที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ว่าต้องแจ้งปริมาณ ต้องไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อน" ประกอบกับวัตถุประสงค์ของกฎหมายในเรื่องนี้ ในการบังคับให้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ ก็เพ