คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
การพิจารณาว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลใด ให้พิจารณาจากประเด็นหลักแห่งคดี หากต้องวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ในที่ดินก่อนว่าที่พิพาทเป็นของเอกชนหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คดีนั้นเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3586 ยื่นคำขอรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวม แต่จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐคัดค้านการรังวัด โดยอ้างว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสองรุกล้ำคลองประปาซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับรองแนวเขตที่ดิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 12/2556นายสุเทพ ศรีกระจ่าง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนโจทก์กรมธนารักษ์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. คดีที่เอกชนเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้รับความเสียหายเนื่องจากการที่หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐคัดค้านการรังวัดแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินของโจทก์ทั้งสอง เนื่องจากที่ดินดังกล่าวรุกล้ำที่สาธารณประโยชน์ (คลองประปา) อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสอง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันรับรองแนวเขตที่ดินแปลงดังกล่าว จำเลยทั้งสามให้การว่า ได้กระทำการโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ เห็นว่า การที่ศาลจะพิพากษาหรือมีคำสั่งตามคำขอของโจทก์ทั้งสองได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่พิพาทโจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๒/๒๕๕๖ วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๖ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลจังหวัดปทุมธานี ระหว่าง ศาลปกครองกลาง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดปทุมธานีโดยสำนักงานศาลยุติธรรมส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องคดีโต้แย้งอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องอำ