คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่โจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐว่าการรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินของตน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาในประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คดีระหว่างนางสำราญ บุญซำ ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน โจทก์ นายอำเภอชำนิ จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์ทั้งหกเป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อ้างว่าจำเลยรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแปลงป่าช้าบ้านโคกยางทับที่ดินที่โจทก์ทั้งหกครอบครอง โจทก์ทั้งหกได้ยื่นคำขอคัดค้านแล้ว แต่เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งให้ใช้สิทธิทางศาล โจทก์ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งหกเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินและ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 69/2556นางสำราญ บุญซำ ที่ 1 กับพวกรวม 6 คนโจทก์นายอำเภอชำนิจำเลย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. คดีที่โจทก์ทั้งหกเป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อ้างว่า จำเลยรังวัดเพื่อออก น.ส.ล. แปลงป่าช้าบ้านโคกยางทับที่ดินที่โจทก์ทั้งหกครอบครอง โจทก์ทั้งหกได้ยื่นคำขอคัดค้านแล้ว แต่เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งให้ใช้สิทธิทางศาล ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งหกเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินและห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท เห็นว่า การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ทั้งหกได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทโจทก์ทั้งหกเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาในประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๖๙/๒๕๕๖ วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลจังหวัดนางรอง ระหว่าง ศาลปกครองนครราชสีมา การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดนางรองโดยสำนักงานศาลยุติธรรมส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคด