ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 71/2556

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินส่วนพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นทางสาธารณประโยชน์เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีระหว่างนายซิว แซ่ตั๊ง โจทก์ เทศบาลเมืองพนัสนิคม จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 10599 จำเลยทำโครงการปรับปรุงถนนและท่อระบายน้ำโดยประมาทเลินเล่อมิได้มีการสอบเขตอย่างแน่ชัด ฝังท่อระบายน้ำและเทพื้นถนนคอนกรีตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ เนื้อที่ 96 ตารางเมตร โจทก์ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนท่อระบายน้ำและถนนคอนกรีตที่รุกล้ำออกจากที่ดินของโจทก์ จ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 71/2556นายซิว แซ่ตั๊งโจทก์เทศบาลเมืองพนัสนิคมจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองอ้างว่า จำเลยทำละเมิดโดยการฝังท่อระบายน้ำและเทพื้นถนนคอนกรีตรุกล้ำที่ดินโจทก์ ขอให้รื้อถอนท่อระบายน้ำและถนนคอนกรีตที่รุกล้ำออกจากที่ดิน จำเลยให้การว่า ทางพิพาทเป็นทางเกวียนสาธารณประโยชน์ที่มีอยู่ก่อนทางราชการออกโฉนดให้แก่โจทก์ จำเลยสร้างถนนและท่อระบายน้ำตามแนวเขตทางเดิม ก่อนและขณะก่อสร้างโจทก์ไม่เคยคัดค้าน จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ เห็นว่า การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นทางสาธารณประโยชน์เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๗๑/๒๕๕๖ วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลจังหวัดชลบุรี ระหว่าง ศาลปกครองระยอง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดชลบุรีโดยสำนักงานศาลยุติธรรมส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องคดีโต้แย้งอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องอำนาจศาลในคดีนั้น