ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 77/2556

ประเด็นกฎหมาย

สัญญากู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานระหว่างหน่วยงานทางปกครองกับเอกชน เป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง และอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรื

หลักกฎหมาย

สัญญากู้ยืมเงินที่หน่วยงานทางปกครองให้เอกชนกู้ยืมเพื่อนำไปใช้ในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยโจทก์มีหน้าที่เพียงส่งมอบเงินกู้ และจำเลยมีหน้าที่ชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา มีลักษณะเป็นสัญญากู้ยืมเงินในทางแพ่ง ไม่ใช่สัญญาทางปกครอง เนื่องจากไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธ

คำวินิจฉัย

คดีระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โจทก์ นายกฤษฎา เจริญพิทักษ์ ที่ 1 นายสุขสวัสดิ์ บุตรเนียร ที่ 2 จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นหน่วยงานทางปกครอง ฟ้องให้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเอกชนรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานและสัญญาค้ำประกัน โดยจำเลยที่ 1 กู้ยืมเงิน 12,000 บาท เพื่อนำไปใช้เป็นทุนในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักสูตรโครงการพัฒนาบุคลากรคอมพิวเตอร์ มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน สัญญากู้ยืมเงินกำหนดให

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 77/2556กรมพัฒนาฝีมือแรงงานโจทก์นายกฤษฎา เจริญพิทักษ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 ป.พ.พ. คดีที่โจทก์เป็นหน่วยงานทางปกครอง ฟ้องให้จำเลยทั้งสอง ซึ่งเป็นเอกชนให้รับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน และสัญญาค้ำประกัน จึงต้องพิจารณาว่าสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง เห็นว่า แม้โจทก์จะมีหน้าที่ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่เมื่อพิจารณาตามสัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ก็ได้ความว่า โจทก์เป็นผู้ให้จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินเพื่อนำไปใช้ในการฝึกอบรมพัฒนาผีมือแรงงานของตน ตามหลักสูตรโครงการพัฒนาบุคลากรคอมพิวเตอร์ กับเงื่อนไขข้อสัญญาที่ระบุว่า การกู้ยืมผู้กู้จะต้องจัดให้มีหลักประกัน จะต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่กัน หากผิดนัดหรือผิดสัญญายินยอมให้เรียกเบี้ยปรับและบอกเลิกสัญญาได้ และเมื่อเข้าไปทำงานสถานที่ใดจะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบเท่านั้น โจทก์ผู้ให้กู้จึงมีหน้าที่เพียงส่งมอบเงินกู้ให้แก่จำเลยที่ ๑ ผู้กู้ ส่วนจำเลยที่ ๑ ก็เพียงแต่มีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อสัญญาด้วยการชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา อันมีลักษณะเป็นสัญญากู้ยืมเงินในทางแพ่ง ไม่ใช่สัญญาทางปกครอง ดังนี้ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกันซึ่งเป็นสัญญาอุปกรณ์ จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๗๗/๒๕๕๖ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจา