ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2013/2540นาย ประเสริฐ เหมวัน กับพวกโจทก์นาง สายสมร จันทรมาลัยจำเลย ป.วิ.พ. ม. 79, ม. 202, ม. 209แม้โจทก์จะได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทราบโดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์โดยศาลชั้นต้นอนุญาตซึ่งอาจถือได้ว่าจำเลยทราบหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้วตามกฎหมายแต่เมื่อพิจารณาพยานจำเลยที่ว่าในช่วงเวลาที่โจทก์ประกาศหนังสือพิมพ์นั้นจำเลยบวชชีประจำอยู่ที่วัดซึ่งอยู่ในหุบเขาจึงไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องจึงน่าเชื่อว่าจำเลยยังไม่ทราบหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจริงจำเลยจึงไม่ยื่นคำให้การต่อสู้คดีและในวันนัดสืบพยานโจทก์นั้นจำเลยก็ไม่ได้มาศาลโดยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณากรณีจึงมีเหตุสมควรให้พิจารณาคดีใหม่คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางภาระจำยอมและให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนภารจำยอมให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 61653 ของจำเลยเป็นภารยทรัพย์แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 61654 และเลขที่ 2206 ของโจทก์ทั้งสามหากจำเลยไม่ปฎิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นจึงพิจารณาพิพากษาคดีไปฝ่ายเดียว โดยให้โจทก์ทั้งสามชนะคดีจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่า เพิ่งทราบว่าโจทก์ทั้งสามฟ้องคดี มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาและโจทก์ทั้งสามใช้ทางพิพาทโดยอาศัยเดินเพียงอย่างเดียว และใช้มาไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ได้ภารจำยอม และถ้าหากมีภาระจำยอมจริง ก็ไม่เกิน 1 เมตร ขอให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ และอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การโจทก์ทั้งสามยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ทั้งสามได้นำส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้แก่จำเลยโดยชอบแล้ว จำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด ถือได้ว่าจงใจขา