ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2498

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2498นางเมรูนิซา ซาเลบาย ผู้จัดการมรดกโจทก์นายเอ.เออาร์ ซาเลบาย โดยหลวงประกอบนิติสาร ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายโอภาส รักยุทธ์ ที่ 1 นายสุรินทร์ แซ่อึ้ง ที่ 2จำเลยนายเคี่ยงช้วง แซ่ลิ้ม ที่ 3 นายปั๊กฮ้ง แซ่เตีย ที่ 4จำเลยนายคุตี๋ แซ่ตั้ง ที่ 5จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 เดิมจำเลยและผู้เช่ารายอื่นๆ อีกประมาณ 112 รายได้เช่าที่โจทก์เพื่อปลูกเรือนอาศัยอยู่ ครบสัญญาจำเลยจึงมาทำสัญญาเช่าเหมาไปจากโจทก์เพื่อนำไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงและทำการค้า ผู้เช่ารายอื่นๆ ต้องมาเช่าจากจำเลยไปอีกทอดหนึ่งเช่นนี้แล้ว แม้จำเลยจะได้ปลูกโรงเรือนอาศัยอยู่ในที่พิพาทมาก่อนแล้วก็ตาม ก็เห็นว่าจำเลยได้สละเจตนาเดิมที่เคยเช่าอยู่อาศัยมาเป็นเช่าอยู่เพื่อประโยชน์ให้เช่าช่วงและทำการค้าแล้ว จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันโจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับมอบอำนาจจากนางเมรูนิซาฯ ผู้จัดการมรดก เอ.เอ.อาร์ ฯ ให้มีอำนาจจัดการให้เช่าที่ดินพิพาท ฯลฯ ตลอดจนฟ้องคดีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2493 จำเลยทั้ง5 ได้เช่าที่ดินโฉนดที่ 2686ถนนไมตรีจิตต จังหวัดพระนครค่าเช่าเดือนละ 2,500 บาท มีกำหนด 1 ปี เพื่อประโยชน์ให้เช่าช่วงและทำการค้า ก่อนสัญญาสิ้นอายุโจทก์แจ้งให้จำเลยมาทำสัญญาเช่าต่อ ถึงกำหนดจำเลยที่ 1 คนเดียวไปขอเช่าต่อ แต่ไม่ตกลงกันจำเลยจึงต้องส่งมอบที่พิพาทคืนแต่จำเลยหาคืนให้โจทก์ไม่ ทำให้โจทก์เสียหายซึ่งโจทก์อาจให้ผู้อื่นเช่าได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 4,000 บาท รวมเป็นเงินค่าเสียหาย 13,466 บาท 30 สตางค์ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลย ส่งมอบที่พิพาทและใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้ง 5 ต่อสู้ว่า เดิมมีผู้เช่าที่รายพิพาททั้งหมด 112 ราย รวมทั้งจำ