ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2540บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชนโจทก์บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชนจำเลย ป.วิ.พ. ม. 172 วรรคสอง, จำเลยผู้รับประกันวินาศภัยจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ก่อวินาศภัยอันจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุการณ์นั้นแต่เมื่อคำฟ้องบรรยายเพียงว่าจำเลยเป็นผู้รับประกันภัยรถบรรทุกทั้งสองคันที่ไปก่อนเหตุวินาศภัยขึ้นโดยมิได้บรรยายถึงบุคคลผู้เอาประกันที่ต้องผูกพันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในเบื้องต้นอันเป็นนิติสัมพันธ์ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่จะเป็นเหตุให้จำเลยต้องร่วมรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายเช่นนี้เป็นคำฟ้องที่มิได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นจึงเป็นคำฟ้องเคลือบคลุม โจทก์เพียงแต่ขอให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่มิได้ขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีจึงเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาเพียงศาลละ200บาทตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตาราง1ข้อ2(ข)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 265,446.87 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 245,500บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยข้อกฎหมายเบื้องต้นแล้วว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จึงงดสืบพยานโจทก์จำเลย และวินิจฉัยชี้ขาดว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พิพากษายกฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยา