ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8040/2556นายอุดมพร เพชรหาญโจทก์นางเพ็ญศิริ เพชรหาญจำเลย ป.พ.พ. ม. 1524, ม. 1625 ป.วิ.พ. ม. 132 (3)ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตายทำให้การสมรสสิ้นสุดลงเนื่องจากความตายของโจทก์ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องพิจารณาพิพากษาฎีกาของจำเลยอีกต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้หรือไม่เพราะไม่ทำให้ผลของการสมรสเปลี่ยนแปลงไป ส่วนค่าทดแทนที่ศาลล่างกำหนดให้จำเลยจ่ายแก่โจทก์นั้น เมื่อศาลไม่ได้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากัน โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้เพราะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1525 ระบุว่า การเรียกค่าทดแทนจากอีกฝ่ายหนึ่งจะมีได้เฉพาะในกรณีศาลพิพากษาให้หย่ากันเท่านั้น และการแบ่งสินสมรสหลังการสมรสสิ้นสุดเพราะการตายต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับจำเลยซึ่งเป็นคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นสุดไปด้วยเหตุความตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1625 จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาตามฟ้องโจทก์อีกต่อไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา 132 (3)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป นอกจากนี้ในระหว่างอยู่กินด้วยกันโจทก์จำเลยมีสินสมรส 3 รายการ คือ รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก - 8538 แพร่ ราคา 150,000 บาท รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน แพร่ ฌ 7162 ราคา 5,000 บาท และสินค้าในร้านราคา 200,000 บาท จึงขอให้บังคับจำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 177,500 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าทดแทน 40,000 บาท แก่โจทก์ ให้แบ่งสินสมรสตามฟ้องให้โจทก์จำเลยฝ่ายละกึ่งหนึ่ง ถ้าการแบ่งไม่อาจกระทำได้หรือจะเสียหายมากนักให้ขายโดยการประมู