คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นคูน้ำสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 152/2556นางศศิประภา กนกงามผู้ฟ้องคดีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระเสียวที่ 1 กับพวกรวม 2คนผู้ถูกฟ้องคดี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2551 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีนี้แม้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ บุกรุกเข้าไปขุดดินและรื้อถอนหลักเขตที่ดินบริเวณที่ดินของผู้ฟ้องคดีเพื่อก่อสร้างท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) โดยไม่ได้รับความยินยอม เมื่อผู้ฟ้องคดีนำรังวัดสอบเขตที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ คัดค้านการรังวัดอ้างว่า คูน้ำเป็นคูน้ำสาธารณะ ขอให้บังคับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินและปรับสภาพที่ดินให้คืนดังเดิม ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ หยุดคัดค้านการรังวัด หรือให้เจ้าพนักงานที่ดินปักหลักเขตที่ดินตามผลการรังวัด ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ให้การว่า ที่พิพาทเป็นคูน้ำสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และได้ดำเนินการก่อสร้างท่อระบายน้ำและก่อสร้างตามแนวคูน้ำสาธารณะเดิมซึ่งตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว เห็นว่า การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของผู้ฟ้องคดีได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินส่วนพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นคูน้ำสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล