ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 153/2556

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่โจทก์อ้างกรรมสิทธิ์และจำเลยโต้แย้งว่าเป็นโบราณสถานและที่ราชพัสดุ อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์ฟ้องเพื่อให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดิน ศาลต้องพิจารณาก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีระหว่างนายมงคล บุญเรือง โจทก์ กับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่พะเยา ที่ 1 และพวก รวม 5 คน จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1649 ยื่นขอรังวัดแบ่งแยก แต่จำเลยคัดค้านว่าที่ดินบางส่วนทับซ้อนแนวเขตกำแพงเมือง-คูเมือง ซึ่งเป็นโบราณสถานและที่ราชพัสดุ โจทก์จึงฟ้องขอให้รื้อถอนและเพิกถอนคำคัดค้าน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 153/2556นายมงคล บุญเรืองโจทก์สำนักงานธนารักษ์พื้นที่พะเยา ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 พ.ร.บ.ราชพัสดุ พ.ศ.2518 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นจำเลย อ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกที่ดิน แต่จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๕ มีหนังสือคัดค้านการรังวัดอ้างว่าที่ดินของโจทก์บางส่วนทับซ้อนแนวเขตกำแพงเมือง-คูเมือง เมืองพระธาตุจอมทอง ทำให้โจทก์ไม่สามารถดำเนินการแบ่งแยกที่ดินและเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ได้ ขอให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันหรือแทนกันรื้อถอน และหรือถอยร่นแนวเขตที่ดินที่รุกล้ำทับซ้อนออกจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันหรือแทนกันเพิกถอนคำสั่งหนังสือคัดค้านแนวเขตการแบ่งแยกที่ดินและให้ร่วมกันหรือแทนกันกำหนดแนวเขตที่ดินให้เป็นไปตามการนำชี้ของโจทก์ ส่วนจำเลยทั้งห้าให้การทำนองเดียวกันว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากที่ดินของโจทก์บางส่วนทับซ้อนแนวเขตกำแพงเมือง-คูเมือง เมืองพระธาตุจอมทอง อันเป็นโบราณสถาน ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ เอกชนหรือราษฎรไม่สามารถยึดถือครอบครองหรือมีกรรมสิทธิ์ได้ และเป็นที่ราชพัสดุ เห็นว่า เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ในการใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น ศาลจำต้องพิจาณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโ