คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
การที่ศาลจะมีคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 2 เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทเป็นสำคัญ แล้วจึงพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 4867 จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 4868 จำเลยที่ 2 ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขากันทรลักษ์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553 จำเลยที่ 2 นำชี้แนวเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ และเจ้าหน้าที่รังวัดปักหลักหมุดเลขที่ 8ฝ 4693 และ 8ฝ 4
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 8/2557นางพรรณี กลิ่นส่งโจทก์กรมที่ดิน ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนจำเลย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และเอกชน อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด เลขที่ ก. จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด เลขที่ ข. ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด จำเลยที่ ๒ ได้นำชี้แนวเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ และเจ้าหน้าที่รังวัดได้ทำการปักหลักหมุดที่ดิน เลขที่ ค. กับหลักหมุดที่ดิน เลขที่ ง. รุกล้ำที่ดินโจทก์ โดยโจทก์ไม่รู้เห็นและไม่ยินยอม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ร่วมกันจงใจปกปิดเนื้อที่ดินที่แท้จริงไว้โดยไม่สุจริต ต่อมา จำเลยที่ ๒ ขายที่ดินให้จำเลยที่ ๓ และโดยจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จะรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม การซื้อขายที่ดินดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ หลังจากนั้นจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ปักเสาเพื่อทำรั้วกั้นตามแนวเขตที่ดินระหว่างหลักหมุดที่ดินเลขที่ ค. ถึงหลักหมุดที่ดินเลขที่ ง. ตลอดแนวโดยไม่ชอบ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการรังวัดสอบเขตที่ดิน และให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดิน และให้รังวัดสอบเขตที่ดินตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ข. ใหม่ จำเลยที่ ๑ ให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยโต้แย้งคัดค้านแนวเขตที่ดิน โจทก์และจำเลยที่ ๓ ยืนยันชี้แนวเขตตามหลักหมุดที่ดินว่าถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ ให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท แต่ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ข. ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ที่ซื้อแ