ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 10/2557

ประเด็นกฎหมาย

คดีที่โจทก์ฟ้องหน่วยงานทางปกครองร่วมกับเอกชนในมูลละเมิดเดียวกัน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่รับผิดชดใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิด มูลความแห่งคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง เป็นกรณีที่มีมูลความแห่งคดีเดียวกันกับคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยอื่นซึ่งเป็นเอกชน จึงชอบที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลเดียวกันเพื่อให้คำพิพากษาเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ดังนั้น

คำวินิจฉัย

คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1, 2, 4 ซึ่งเป็นเอกชน และจำเลยที่ 3 (กรุงเทพมหานคร) ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง โดยอ้างว่าจำเลยที่ 3 ละเลยไม่ซ่อมแซมถนนและไม่จัดให้มีป้ายหรือเครื่องหมาย เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกหลุมแล้วผู้ตายถูกรถยนต์ของจำเลยที่ 4 ทับเสียชีวิต โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสีย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 10/2557นางนงลักษณ์ สาริกบุตร โดยนางสาวพันธ์ทิพย์ สาริกบุตร โจทก์ผู้รับมอบอำนาจ บริษัทโอสถสภา จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ป.พ.พ. คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ เป็นเอกชน และจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง โดยอ้างว่า นางสาว ส ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยมีนางสาว พ (ผู้ตาย) ซ้อนท้าย ขณะที่ขับรถจักรยานยนต์ลงสะพานได้ตกหลุมขนาดกว้าง จนเป็นเหตุให้นางสาว พ พลัดตกอยู่บนพื้นถนน ขณะนั้นจำเลยที่ ๔ ได้ขับขี่รถยนต์ วิ่งสวนทางมาด้วยความเร็วโดยประมาท พุ่งเข้าทับนางสาว พ ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ เป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ ๔ ได้กระทำไป ส่วนจำเลยที่ ๓ นั้นมีหน้าที่ดูแลซ่อมแซมถนนพิพาทแต่ละเลย ทั้งยังไม่จัดให้มีป้ายหรือเครื่องหมายไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่าถนนชำรุด การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ประเด็นแห่งคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ จึงเป็นกรณีที่เอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดจากเอกชนด้วยกัน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนประเด็นแห่งคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง แม้โจทก์ฟ้องให้ต้องรับผิดในมูลละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่รับผิดชด