ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 12/2557

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองในฐานะผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการระงับสัญญาณดาวเทียม เป็นคดีแพ่งหรือคดีปกครอง

หลักกฎหมาย

แม้จำเลยที่ 2 เป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่การกระทำตามฟ้องเป็นการดำเนินธุรกิจในเชิงพาณิชย์ มิได้ใช้อำนาจทางปกครอง นิติสัมพันธ์จึงเป็นไปตามหลักกฎหมายแพ่ง คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นคดีแพ่ง อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีนี้เป็นคดีพิพาททางแพ่ง ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นผู้บริโภคฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการกระจายเสียงโทรทัศน์ที่ประชาชนรับชมฟรี และจำเลยที่ 4 ผู้จัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ฐานระงับการส่งสัญญาณดาวเทียมรายการฟุตบอลยูโร 2012 ทำให้โจทก์ไม่อาจรับชมทางดาวเทียมได้ โดยจำเลยที่ 2 (กองทัพบก) เป็นหน่วยงานทางปกครองแต่ดำเน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 12/2557นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ที่ 1 กับพวกรวม 5 คนโจทก์บริษัทบีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน)ที่1จำเลยกับพวกรวม 4 คน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 คดีที่โจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นเอกชนกล่าวอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ผู้ดำเนินการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์สื่อสารมวลชนที่ประชาชนสามารถรับชมรายการโทรทัศน์สาธารณะทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ ช่อง ๕ และช่อง ๙ โดยไม่เสียค่าบริการ ได้ระงับการส่งสัญญาณภาพและเสียงผ่านระบบสัญญาณดาวเทียมรายการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยูโร ๒๐๑๒ ตามที่จำเลยที่ ๔ ผู้จัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม GMMZ และเจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลดังกล่าวมีหนังสือขอความร่วมมือ ทำให้โจทก์ทั้งห้าไม่อาจรับชมการถ่ายทอดสดผ่านระบบสัญญาณดาวเทียมได้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ดำเนินการแพร่ภาพและกระจายเสียงรายการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลดังกล่าว ให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งห้าในจำนวนเงินเท่ากับราคากล่องรับสัญญาณดาวเทียม และให้จำเลยทั้งสี่ชำระค่าเสียหายเชิงลงโทษ กับให้มีคำแนะนำไปถึงรัฐบาลให้เร่งดำเนินการผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๑ เห็นว่า แม้จำเลยที่ ๒ มีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งห้าเป็นการฟ้องจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ในฐานะผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่แม้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จะเป็นผู้ประกอบกิจการที่เข้ามาใช้คลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ แต่การดำเนินกิจการดังกล่าวก็เป็นการดำเนินธุรกิจในเชิงพาณิชย์โดยได้รับผล