ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2557

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2557นายกิตติ อินทรัมพรรย์โจทก์นางดวงใจ แซ่ซึงจำเลยคดีนี้นอกจากโจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายแล้ว จำเลยยังได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนการเช่าที่ดินพิพาท หากบังคับไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหาย ซึ่งศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกัน การคิดทุนทรัพย์เพื่อใช้เป็นฐานคำนวณในการกำหนดค่าทนายความจึงต้องคิดทั้งฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลย ซึ่งตามตาราง 6 ค่าทนายความท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดอัตราขั้นสูงไว้ที่ร้อยละ 5 ที่จำเลยฎีกาว่าค่าทนายความมีจำนวนสูงเกินไปนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะได้ฎีกาในข้อที่ว่าค่าทนายความมิได้คำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมายอันเป็นข้อยกเว้นของข้อห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 168 มาแล้วก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความรวมถึงให้จำเลยฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลล่างทั้งสองในการกำหนดค่าทนายความว่าสูงเกินไปขึ้นมาสู่การพิจารณาในชั้นนี้ได้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะมีผลเท่ากับยอมให้มีการหลีกเลี่ยงบทบัญญัติดังกล่าวได้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท และส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ในสถาพที่เรียบร้อย ห้ามไม่ให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินอีกต่อไป กับให้จำเลยชำระค่าปรับในอัตราวันละ 3,000 บาท นับแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 ถึงวันฟ้อง รวมจำนวน 33,000 บาท และค่าปรับอีกวันละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดิน จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ไปจดทะเบียนสิทธิการเช่าที่ดินพิพาทมีกำหนดเวลาเช่า 15 ปี หากไม่สามารถบังคับโจทก์จดทะเบียนสิทธิการเช่าได้ ให้โจทก์ชดใช้