ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20056/2556

ประเด็นกฎหมาย

การค้ำประกันแบบไม่มีเงื่อนไขและเพิกถอนไม่ได้เป็นเอกเทศจากสัญญาหลัก การที่ศาลล่างสั่งจำหน่ายคดีเพื่อให้ไปดำเนินอนุญาโตตุลาการก่อนไม่ชอบ

หลักกฎหมาย

หนังสือค้ำประกันที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนโดยไม่มีเงื่อนไขและเพิกถอนไม่ได้เช่นเดียวกับลูกหนี้ชั้นต้นนั้น เป็นการค้ำประกันที่ผู้ค้ำประกันต้องชำระเงินแก่เจ้าหนี้โดยเคร่งครัดเมื่อมีการทวงถาม โดยไม่อาจอ้างเหตุระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ขึ้นปลดเปลื้องความรับผิดได้ สิทธิหน้าที่และความรับผิดตามหนังสือค้ำประก

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอให้เรียกบริษัทยู.ที.เอ็ม.ฯ เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ค่าคำร้องให้เป็นพับ ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดี ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี) ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยร่วมก่อสร้างอาคาร จำเลยร่วมนำหนังสือค้ำประกันของจำเลย (ธนาคารทหารไทย) จำนวน 5,450,000 บาท มอบให้โจทก์เป็นหลักประกัน ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระเงินตามหนังสือค้ำประกัน ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเพื่อให้โจทก์กับจำเลยร่วมไปดำเนินอนุญาโตตุลาการตามสัญญา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20056/2556มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีโจทก์ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)จำเลยบริษัทยู.ที.เอ็ม. เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัดจำเลยร่วม ป.พ.พ. ม. 149, ม. 680 ป.วิ.พ. ม. 142 (5) พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การตลาด พ.ศ.2496 โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนเองโดยไม่มีเงื่อนไขที่จะค้ำประกันชนิดเพิกถอนไม่ได้เช่นเดียวกับลูกหนี้ชั้นต้นในการชำระเงินตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างในกรณีที่ผู้รับจ้างก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ หรือต้องชำระค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ หรือผู้รับจ้างมิได้ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ใด ๆ ที่กำหนดในสัญญาจ้าง โดยจำเลยจะไม่อ้างสิทธิใด ๆ เพื่อโต้แย้งและโจทก์ไม่จำต้องเรียกร้องให้ผู้รับจ้างชำระหนี้นั้นก่อน ดังนั้น หากเป็นไปตามข้ออ้าง การค้ำประกันตามหนังสือค้ำประกันท้ายฟ้องย่อมไม่ใช่การผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ แต่เป็นการค้ำประกันที่จำเลยมีความผูกพันจะต้องชำระเงินให้แก่โจทก์โดยเคร่งครัดอย่างลูกหนี้ชั้นต้นเมื่อมีการทวงถามตามเงื่อนไขโดยไม่อาจอ้างเหตุใด ๆ ระหว่างโจทก์กับจำเลยร่วมซึ่งเป็นผู้รับจ้างขึ้นปลดเปลื้องความรับผิดได้ และความรับผิดของจำเลยในกรณีนี้จะไม่ขึ้นอยู่กับความรับผิดของจำเลยร่วม สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของโจทก์และจำเลยตามหนังสือค้ำประกันที่พิพาทกันในคดีนี้เป็นเอกเทศและต้องพิจารณาแยกต่างหากจากสัญญาว่าจ้างก่อสร้าง ส่วนผลแห่งการบังคับตามสัญญานี้จะกระทบถึงสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของจำเลยและจำเลยร่วมตามคำขอให้ออกหนังสือค้ำประกันที่พิพาท หรือกระทบถึงสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของโจทก์และจำเลยร่วมตามสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าว