เงินค่าบริการที่เรียกเก็บจากลูกค้าแล้วจ่ายให้ลูกจ้าง ถือเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หรือไม่
เงินค่าบริการเป็นเงินที่จำเลยเรียกเก็บจากลูกค้าแทนลูกจ้าง โดยมีวัตถุประสงค์ให้ตกเป็นของลูกจ้างทั้งหมด เมื่อเรียกเก็บไม่ได้จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย จึงไม่ใช่ค่าจ้างที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับแน่นอน และไม่ถือเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2
เงินค่าบริการไม่ถือว่าเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2
จำเลยเรียกเก็บเงินค่าบริการเพิ่มร้อยละสิบจากผู้ใช้บริการโรงแรม เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมไว้ หากมีความเสียหายก็นำไปชดใช้ก่อน แล้วจึงแบ่งเฉลี่ยให้ลูกจ้างทุกคนเท่ากันในแต่ละเดือน จำนวนไม่แน่นอน หากไม่มีผู้ใช้บริการ จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินค่าบริการให้ลูกจ้าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1846/2529นาย อุดม สาระคำโจทก์บริษัท ไทยโรงแรม จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2เงินค่าบริการที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างนั้นเป็นเงินที่นายจ้างคิดเพิ่มจากผู้ที่มาใช้บริการของโรงแรมอีกร้อยละสิบของค่าใช้จ่ายได้แก่ค่าที่พักและค่าบริการต่างๆและเจ้าหน้าที่ของนายจ้างจะเก็บรวบรวมไว้หากมีความเสียหายที่เกิดจากผู้ที่มาใช้บริการนายจ้างก็จะนำเงินดังกล่าวบางส่วนไปชดใช้ค่าเสียหายเหลือเท่าใดจึงนำไปแบ่งเฉลี่ยแก่ลูกจ้างคนละเท่ากันซึ่งในแต่ละเดือนเป็นจำนวนไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้ที่มาใช้บริการและค่าเสียหายดังกล่าวดังนี้เงินค่าบริการจึงเป็นเงินที่นายจ้างเรียกเก็บจากลูกค้าแทนลูกจ้างโดยประสงค์ให้ตกเป็นของลูกจ้างทั้งหมดและกรณีนายจ้างเรียกเก็บไม่ได้เพราะไม่มีผู้มาใช้บริการนายจ้างก็ไม่มีข้อผูกพันว่าจะต้องจ่ายเงินค่าบริการแก่ลูกจ้างการที่ลูกจ้างจ่ายให้แก่นายจ้างโดยตรงเป็นเพียงวิธีปฏิบัติเพื่อให้ลูกจ้างได้รับเงินโดยทั่วถึงกันเท่านั้นมิใช่เป็นการเรียกเก็บค่าบริการเอาเป็นของนายจ้างเองแล้วจัดแบ่งแก่ลูกจ้างในภายหลังเงินค่าบริการจึงไม่ถือว่าเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน.โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ เป็น ลูกจ้าง ประจำ ของ จำเลย ตำแหน่ง พนักงานทำ ความ สะอาด ต่อมา จำเลย เลิกจ้าง โจทก์ โดย อ้าง ว่า โจทก์ ปฏิบัติฝ่าฝืน กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ของ จำเลย กรณี ร้ายแรง จำเลย เลิกจ้างโดย มิได้ บอกกล่าว ล่วงหน้า หรือ จ่าย สินจ้าง แทน การ บอกกล่าวล่วงหน้า และ ไม่ จ่าย ค่าชดเชย แก่ โจทก์ โจทก์ มิได้ กระทำ ความผิดตาม ที่ จำเลย กล่าวอ้าง การ เลิกจ้าง จึง เป็น การ เลิกจ้าง ไม่เป็นธรรม ขอ ให้ รับ โจทก์ กลับ เข้า ทำงาน ใน ตำแหน่