สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเขตเวนคืนซึ่งทำขึ้นตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 โดยอ้างพระราชกฤษฎีกาเวนคืน พ.ศ. 2530 ที่
พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน พ.ศ. 2535 เป็นพระราชกฤษฎีกาที่ออกต่อเนื่องในกิจการเดียวกันกับพระราชกฤษฎีกาฉบับก่อน เมื่อไม่มีการกำหนดแนวเวนคืนเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงแนวเวนคืนเดิม การสำรวจที่ดินที่ดำเนินการไปแล้วตามพระราชกฤษฎีกาฉบับก่อนยังคงใช้ได้ และเจ้าหน้าที่เวนคืนมีอำนาจทำสัญญาซื้อ
สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเขตที่จะเวนคืนระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทั้งสอง ลงวันที่ 29 มกราคม 2536 ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ตกเป็นโมฆะ
ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาเวนคืน พ.ศ. 2530 ซึ่งมีอายุ 5 ปี สิ้นสุดในวันที่ 16 มิถุนายน 2535 ก่อนสิ้นอายุ เจ้าหน้าที่ได้สำรวจและกำหนดราคาเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำสัญญาซื้อขาย ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาเวนคืน พ.ศ. 2535 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2535 เพื่อดำเนินการเวนคืนต่อเนื่อง โดยไ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4802/2540นาย พัว รอดเงิน กับพวกโจทก์การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม. 10, ม. 25, ม. 26 พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตพระโขนง เขตยานนาวา เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพระนคร เขตดุสิต เขตบางเขน เขตพญาไท และเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2530 พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่เขตจตุจักร เขตบางซื่อ เขตดุสิต เขตพญาไท เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาธร เขตคลองเตย เขตพระโขนง เขตห้วยขวาง และเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2535 เมื่อมีประกาศใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตพระโขนงเขตยานนาวาเขตปทุมวันเขตบางรักเขตสัมพันธ์วงศ์เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเขตพระนครเขตดุสิตเขตบางเขนเขตพญาไทและเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานครพ.ศ.2530ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่16มิถุนายน2530เป็นต้นไปมีกำหนด5ปีกำหนดให้อสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ดังกล่าวภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาอยู่ในเขตที่จะเวนคืนเพื่อสร้างทางพิเศษระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนโดยให้ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยจำเลยที่2เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เจ้าหน้าที่ของจำเลยทั้งสองได้ทำการสำรวจที่ดินโฉนดเลขที่1948ของโจทก์ซึ่งอยู่ในเขตที่จะเวนคืนและได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาเบื้องต้นคณะกรรมการฯได้วางหลักเกณฑ์การคิดค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะเวนคืนโดยมีมติให้ใช้บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมพ.ศ.2535ในการคิดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนเมื่