ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 29/2557

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

การวินิจฉัยว่าเพิกถอนโฉนดที่ดินและนิติกรรมได้หรือไม่ ต้องวินิจฉัยก่อนว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหรือไม่ ซึ่งเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 9 มิได้กำหนดให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ดังนั้นคดีเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินของบุคคลจึงอยู่

คำวินิจฉัย

คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ครอบครองที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิเนื้อที่ 7 ไร่เศษ ตั้งแต่ปี 2515 ถึงปี 2547 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามโฉนดเลขที่ 121797 ต่อมาจำเลยที่ 1 แจ้งการครอบครองอันเป็นเท็จต่อจำเลยที่ 2 ทำให้ที่ดินของโจทก์ตกเป็นส่วนหนึ่งของโฉนดเลขที่ 105101, 105099 และ 121797 และจำเลยที่ 1 ขายที่ดินตามโฉนดเลขที่ 121797

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 29/2557นายวีรวัฒน์ เทียมทัศน์โจทก์นายอรินทม์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ในฐานะผู้จัดการมรดกของจำเลยหม่อมราชวงศ์สุวพรรณ สนิทวงศ์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นเอกชน จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๓ และจำเลยร่วม ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง อ้างว่า โจทก์ครอบครองที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๑๒๑๗๙๗ โจทก์พบว่าจำเลยที่ ๑ แจ้งการครอบครองอันเป็นเท็จในที่ดินที่โจทก์ครอบครองอยู่ต่อจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๒ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบการออกโฉนดที่ดิน ทำให้ที่ดินของโจทก์ตกไปเป็นส่วนหนึ่งของโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๐๕๑๐๑ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนแปลงโฉนดที่ดินต่อจำเลยที่ ๒ เพื่อขอรวมโฉนดและขอแบ่งแยกที่ดิน ทำให้ที่ดินของโจทก์ตกไปเป็นส่วนหนึ่งของโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๐๕๐๙๙ และเลขที่ ๑๒๑๗๙๗ ในระหว่างที่โจทก์คัดค้านการออกโฉนดที่ดินพิพาท และยื่นเรื่องร้องเรียนต่อจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ได้นำที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๒๑๗๙๗ ซึ่งเป็นโฉนดที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายขายให้แก่จำเลยที่ ๓ ขอให้มีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๐๕๑๐๑ และเลขที่ ๑๒๑๗๙๗ และให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๒๑๗๙๗ จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๑๗๙๗ มาจากกองมรดกของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ เชื่อโดยสุจริตว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของที่ดินโดยแท้จริง จำเลยที่ ๓ จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินมาทางนิติกรรม โดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์โดยสุจริต