ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 54/2557

ประเด็นกฎหมาย

คดีที่เอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดจากเอกชนด้วยกัน ไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

การฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดจากเอกชนด้วยกัน แม้จะมีหน่วยงานทางปกครองเกี่ยวข้องในฐานะผู้ว่าจ้าง แต่หากการกระทำละเมิดมิได้เป็นผลโดยตรงจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานทางปกครอง หรือจากการละเลยหน้าที่ตามกฎหมาย คดีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลป

คำวินิจฉัย

คดีระหว่างนางกิตติกร คัมภีรปรีชา โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามประสิทธิ์ ที่ 1 เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่ 2 จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 (เอกชนผู้รับจ้าง) และจำเลยที่ 2 (หน่วยงานทางปกครองผู้ว่าจ้าง) ว่าจำเลยที่ 1 ขุดดินก่อสร้างบ่อคอนกรีตทำให้อาคารโจทก์เสียหาย ต่อมาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 คงเหลือเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 54/2557นางกิตติกร คัมภีรปรีชาโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามประสิทธิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่เอกชนยื่นฟ้องเอกชนและหน่วยงานทางปกครองว่าจำเลยที่ ๒ ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียบริเวณถนนนครศรีธรรมราช จำเลยที่ ๑ ได้ขุดดินก่อสร้างบ่อคอนกรีต ทำให้อาคารของโจทก์แตกร้าวทรุดลงได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย เห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีสืบเนื่องมาจากการที่โจทก์กล่าวอ้างว่า อาคารของโจทก์แตกร้าวทรุดลงได้รับความเสียหายเนื่องจากจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ให้ทำการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย การขุดดินก่อสร้างบ่อคอนกรีตของจำเลยที่ ๑ ทำให้อาคารของโจทก์แตกร้าวทรุดลง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหาย ประเด็นแห่งคดี จึงเป็นกรณีที่เอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดจากเอกชนด้วยกัน การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นเอกชนผู้รับจ้างจากเหตุละเมิดตามคำฟ้องของโจทก์จึงมิได้เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น และไม่ได้เกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครอง อันจะอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระ