คดีที่เอกชนฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) ที่ออกโดยไม่ชอบ และเรียกค่าเสียหายจากกรมที่ดิน เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินหรือเป็นคดี
เมื่อการพิจารณาคดีต้องวินิจฉัยปัญหาสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญก่อน จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่า ถูกบุคคลอื่นอ้างสิทธิโดยอาศัย น.ส. 3 ที่ออกโดยไม่ชอบ โจทก์ขอให้เพิกถอน น.ส. 3 และเรียกค่าเสียหายจากกรมที่ดิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 77/2557นางกัญญานันท์ เก่าเงินโจทก์กรมที่ดินจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 คดีที่เอกชนเจ้าของที่ดินมือเปล่าฟ้องกรมที่ดินว่าที่ดินของตนบางส่วนมีผู้บุกรุกเข้าทำประโยชน์ ซึ่งโจทก์ฟ้องผู้บุกรุกเป็นคดีแพ่ง แต่ผู้บุกรุกอ้างว่า เป็นที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๒๔๕ ของผู้มีชื่อ โจทก์ตรวจสอบพบว่า การออก น.ส. ๓ เลขที่ ๒๔๕ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่ตรงตามความเป็นจริง โจทก์แจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินของจำเลยเพิกถอน น.ส. ๓ เลขที่ ๒๔๕ แล้ว แต่เพิกเฉย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอน น.ส. ๓ เลขที่ ๒๔๕ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์พร้อมดอกเบี้ย ส่วนจำเลยให้การว่า น.ส. ๓ เลขที่ ๒๔๕ ได้ออกมาก่อนที่โจทก์จะซื้อและเข้าครอบครองที่ดิน ทั้งไม่ได้ออกรุกล้ำหรือทับที่ดินของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ที่ใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นสำคัญ และในการออกเอกสารสิทธิในที่ดินของจำเลยก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้ผู้มีสิทธิในที่ดินที่แท้จริงได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย การที่จำเลยจะปฏิบัติ ตามคำขอของโจทก์ได้นั้น ก็จะต้องดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงที่รับฟังได้เป็นยุติ ศาลจึงจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๗๗/๒๕๕๗