ข้อพิพาทเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองและศาลแรงงานในคดีที่ลูกจ้างฟ้ององค์การมหาชนเกี่ยวกับการเลิกจ้างและการจ่ายค่าชดเชย
การที่พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 มาตรา 38 บัญญัติไม่ให้นำกฎหมายแรงงานบางฉบับมาใช้บังคับ มิได้ทำให้สัญญาจ้างระหว่างองค์การมหาชนกับลูกจ้างไม่เป็นสัญญาจ้างแรงงาน การพิจารณาว่าสัญญาใดเป็นสัญญาจ้างแรงงานหรือไม่ต้องพิจารณาเนื้อหาของนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนเป็นสำคัญ เมื่อข้อสัญญามีลักษณะทั่วไปขอ
คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลแรงงาน ไม่ใช่ศาลปกครอง
ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ถูกสั่งให้ออกจากงานเนื่องจากมีการปรับโครงสร้างองค์กรและยุบเลิกตำแหน่ง โดยผู้ถูกฟ้องคดีอ้างว่ายังไม่ได้ออกระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย จึงไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยได้ ผู้ถูกฟ้องคดีโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่าคดีอยู่ในอำนาจ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 92/2557นางสาวพรรษมนตร์ คูภูมิใจสกุล ผู้ฟ้องคดีสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 3 คน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ.2522 คดีที่ลูกจ้างยื่นฟ้องสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)นายจ้างว่า ได้ออกประกาศกำหนดโครงสร้างองค์กรใหม่จัดแบ่งส่วนงานมีผลให้ยุบเลิกตำแหน่งและมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากงานโดยไม่ได้รับเงินค่าชดเชย ขอให้เพิกถอนคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากงานหรือขอให้รับกลับเข้าทำงานโดยได้รับสิทธิประโยชน์ไม่ต่ำกว่าเดิมและขอให้จ่ายค่าชดเชยกับค่าเสียหายอื่น ๆ ผู้ถูกฟ้องให้การว่า การปรับโครงสร้างองค์กรเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ในขณะนั้นผู้ถูกฟ้องคดียังไม่ได้ออกระเบียบ เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยหรือเงินอันเป็นประโยชน์ตอบแทนสำหรับการเลิกจ้าง จึงไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ฟ้องคดีได้ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๘ บัญญัติไม่ให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนมาใช้บังคับนั้น มิใช่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าสัญญาตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงาน หรือเป็นสัญญาประเภทอื่น เพียงแต่กำหนดว่าไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานโดยทั่วไป มิได้มีผลทำให้นิติสัมพันธ์ที่มีผู้ตกลงทำงานให้และมีผู้ตกลงจ่ายค่าจ้างไม่เป็นการจ้างแรงงานไม่ การที่จะวินิจฉัยว่าสัญญาใดเป็นสัญญาจ้างแรงงานหรือไม่ต้องพิจารณาเนื้อหาของนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนเป็นสำคัญ เมื่อข้อสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยมีล