คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ในการใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินที่พิพาทโจทก์มีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือไม่เป็นสำค
คดีระหว่าง นายขัน จินดาสวัสดิ์ โดยนายสงวน จินดาสวัสดิ์ ผู้รับมอบอำนาจ ที่ 1 กับพวกรวม 7 คน โจทก์ นายอำเภอปัว ที่ 1 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน สาขาปัว ที่ 2 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศิลาเพชร ที่ 3 จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ที่ดินพิพาทไม่ใช่ป่าสงวนหรือที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ให้จำเลยที่ 2 ทำการรังวัดที่ดินเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงสาธารณประโยชน์ (ห้วยสะโลก) ทับที่ของโจทก์ทั้งเจ็ด จำเลยทั้งสามให้การว่า ที
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 94/2557นายขัน จินดาสวัสดิ์ โดยนายสงวน จินดาสวัสดิ์ โจทก์ผู้รับมอบอำนาจ ที่ 1 กับพวกรวม 7 คน นายอำเภอปัว ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีนี้โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นจำเลย อ้างว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ที่ดินพิพาทไม่ใช่ป่าสงวนหรือที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ได้ให้จำเลยที่ ๒ ทำการรังวัดที่ดินทับที่ของโจทก์ จำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์และไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง โดยจำเลยที่ ๓ แต่งตั้งตัวแทนร่วมการรังวัด เป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาและคุ้มครองที่ดิน การรังวัดปักหลักแนวเขตเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ โจทก์ทั้งเจ็ดไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ในการใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินที่พิพาทโจทก์มีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือไม่เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๙๔ /๒๕๕๗ วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๗ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลจังหวัดน่าน (สาขาปัว) ระหว่าง ศาลปกครองเ