ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2537

ประเด็นกฎหมาย

วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานหรือผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างทำของ และมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่

หลักกฎหมาย

แม้ค่าจ้างจะคำนวณตามผลงาน แต่หากนายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชา กำหนดเวลาทำงาน ตรวจสอบเวลาทำงาน และมีอำนาจลงโทษเมื่อลูกจ้างฝ่าฝืน ถือเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายค่าชดเชย 21,046 บาท แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นช่างแต่งผมชาย ใช้สถานที่ของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 จัดหาสถานที่และอุปกรณ์ รายได้แบ่งคนละครึ่ง โจทก์ต้องตอกบัตรลงเวลา ทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน หากมาสายหรือขาดงานถูกหักค่าจ้าง จำเลยที่ 1 มีอำนาจสั่งการและบังคับบัญชา

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2537นางสาว บุหงา โต๊ะ หนูโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไสวศิริ กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2. โจทก์มีเวลาทำงานปกติ จำเลยที่ 1 มีอำนาจสั่งการและบังคับบัญชาให้โจทก์ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กำหนดเวลาทำงานและตรวจสอบเวลาทำงานของโจทก์กับมีอำนาจหักรายได้ของโจทก์ในกรณีที่โจทก์ขาดงานหรือมาทำงานสายเงินรายได้จากการแต่งผมที่จ่ายให้โจทก์ก็คำนวณตามผลงานที่โจทก์ทำได้ ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ดังกล่าว ถือได้ว่าโจทก์ทำงานให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อรับค่าจ้างโดยคำนวณตามผลงานที่โจทก์ทำได้จึงฟังได้ว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 มีสิทธิเรียกค่าชดเชยจากจำเลยทั้งสองโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ว่าจ้างโจทก์ทำงานตำแหน่งช่างผมชาย แผนกบาร์เบอร์โดยให้สินจ้างตามผลงานที่โจทก์ทำได้เฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท แบ่งระหว่างโจทก์กับจำเลยคนละครึ่ง จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 4,000 บาท ค่าชดเชย 24,000 บาท ค่าเสียหายที่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นเงิน 48,000 บาทจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1โดยไม่เป็นสัญญาจ้างแรงงาน โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยขอให้ยกฟ้องโจทก์วันนัดพิจารณาโจทก์จำเลยทั้งสองแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่าโจทก์ได้เขียนใบสมัครเข้าทำงานเป็นพนักงานจำเลย ในระหว่างที่ทำงานโจทก์ต้องลงเวลาเข้าออกทำงานตามเอกสารหมาย จ.3 โดยจำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือนเมื่อโจทก์ประสงค์จะไปข้างนอกในเวลาทำงาน โจทก์จะต้องแจ้งฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล ยาม โดยนางสาวอุษมา แก้วสวาท จะเ