สัญญาจะซื้อจะขายอะไหล่อุปกรณ์สื่อสัญญาณที่ทำโดยหน่วยงานทางปกครองซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำบริการสาธารณะด้านโทรคมนาคม เป็นสัญญาทางปกครองหรือไม่
สัญญาที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและมีลักษณะเป็นการจัดทำบริการสาธารณะ ถือเป็นสัญญาทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
คดีระหว่างบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี บริษัททีเอแอล ไทย บิสสิเนส จำกัด ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ผู้ฟ้องคดีเป็นหน่วยงานทางปกครองซึ่งแปรรูปมาจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ทำสัญญาจะซื้อจะขายอะไหล่อุปกรณ์สื่อสัญญาณ MICROWAVE เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางด้านโทรคมนาคมและการให้บริการโทรศัพท์แก่ประชาชน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 104/2557บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดีบริษัททีเอแอล ไทย บิสสิเนส จำกัดผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 ป.พ.พ. คดีนี้ผู้ฟ้องคดีเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งแปรรูปและรับโอนกิจการมาจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ตามพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสื่อสารโทรคมนาคมทุกชนิด อันเป็นบริการสาธารณะด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของรัฐ การที่ผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีทำสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณอะไหล่อุปกรณ์สื่อสัญญาณ MICROWAVE ยี่ห้อ ALCATEL - LUCENT เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางด้านโทรคมนาคมของประเทศ และการให้บริการโทรศัพท์เพื่อให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ จึงเป็นการจัดทำบริการสาธารณะ สัญญาจะซื้อจะขายจึงเป็นสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๐๔/๒๕๕๗ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๗ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลแพ่ง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองกลางโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด