ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 107/2557

ประเด็นกฎหมาย

ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ซึ่งเป็นองค์การมหาชน อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2522 มาตรา 38 ที่บัญญัติไม่ให้นำกฎหมายแรงงานมาใช้บังคับ มิได้ทำให้สัญญาจ้างไม่เป็นสัญญาจ้างแรงงาน เพียงแต่ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายแรงงานเท่านั้น การวินิจฉัยว่าสัญญาใดเป็นสัญญาจ้างแรงงานต้องพิจารณาเนื้อหาของนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชน เมื่อข้อสัญญามีลักษณะทั่วไปในสัญญาจ้

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลแรงงาน ซึ่งเป็นศาลยุติธรรม ไม่ใช่ศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารระบบคอมพิวเตอร์อาวุโสของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากงานโดยอ้างว่ามีการปรับโครงสร้างองค์กรและยุบเลิกตำแหน่ง ผู้ฟ้องคดีขอให้เพิกถอนคำสั่ง กลับเข้าทำงาน และจ่ายค่าชดเชย ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่ายังไม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 107/2557นายศุภกิจ แดงประเสริฐผู้ฟ้องคดีผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ผู้ถูกฟ้องคดีแห่งชาติ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ.2522 คดีที่ลูกจ้างยื่นฟ้องสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)นายจ้างว่า ได้ออกประกาศกำหนดโครงสร้างองค์กรใหม่จัดแบ่งส่วนงานมีผลให้ยุบเลิกตำแหน่งและมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากงานโดยไม่ได้รับเงินค่าชดเชย ขอให้เพิกถอนคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากงานหรือขอให้รับกลับเข้าทำงานโดยได้รับสิทธิประโยชน์ไม่ต่ำกว่าเดิมและขอให้จ่ายค่าชดเชยกับค่าเสียหายอื่น ๆ ผู้ถูกฟ้องให้การว่า การปรับโครงสร้างองค์กรเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ในขณะนั้นผู้ถูกฟ้องคดียังไม่ได้ออกระเบียบ เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยหรือเงินอันเป็นประโยชน์ตอบแทนสำหรับการเลิกจ้าง จึงไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ฟ้องคดีได้ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๘ บัญญัติไม่ให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนมาใช้บังคับนั้น มิใช่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าสัญญาตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงาน หรือเป็นสัญญาประเภทอื่น เพียงแต่กำหนดว่าไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานโดยทั่วไป มิได้มีผลทำให้นิติสัมพันธ์ที่มีผู้ตกลงทำงานให้และมีผู้ตกลงจ่ายค่าจ้างไม่เป็นการจ้างแรงงานไม่ การที่จะวินิจฉัยว่าสัญญาใดเป็นสัญญาจ้างแรงงานหรือไม่ต้องพิจารณาเนื้อหาของนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนเป็นสำคัญ เมื่อข้อสัญญาระหว่างโจทก์กับจ