ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 129/2557

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่เกิดจากการออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของโจทก์ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

เมื่อคดีมีประเด็นหลักเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน โดยศาลต้องพิจารณาก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นของใคร จึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ คดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม แม้จะมีประเด็นเกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครองร่วมด้วยก็ตาม

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส. 3 ก. จำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของโจทก์บางส่วน จำเลยที่ 3 ครอบครองและสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ และนำโฉนดไปจดทะเบียนจำนองกับจำเลยที่ 4 และที่ 5 โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนโฉนดและจำนอง รวมทั้งเรียกค่าเสียหาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 129/2557นายนิวัต วัชรขจรโจทก์กรมที่ดิน ที่ 1 กับพวกรวม 7 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่เอกชนยื่นฟ้องกรมที่ดินและเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนด้วยกันว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน น.ส. ๓ ก. จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ออกโฉนดที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายทับที่ดินของโจทก์บางส่วน โดยจำเลยที่ ๓ ครอบครองทำประโยชน์และสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำที่ดินของโจทก์ ทั้งนำโฉนดที่ดินจดทะเบียนจำนองไว้กับจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้พิพากษาหรือมีคำสั่งให้โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน น.ส. ๓ ก. เต็มทั้งแปลง ให้ชำระค่าขาดประโยชน์ ห้ามเข้าเกี่ยวข้องและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกจากที่ดิน ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เพิกถอนหรือแก้ไขการออกโฉนดที่ดินในส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนอง กับให้ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งเจ็ดให้การโดยสรุปว่า การออกโฉนดที่ดิน การจดทะเบียนจำนองถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีสืบเนื่องมาจากการออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของโจทก์บางส่วน โดยโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๓ นำที่ดินตามโฉนดที่ดินจดทะเบียนจำนองไว้กับจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ อันเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นกรณีโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ทั้งความมุ่งหมายของโจทก์ที่ฟ้องต่อศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจ