ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12896/2557

ประเด็นกฎหมาย

ความรับผิดของผู้รับประกันภัยภาคสมัครใจตามกรมธรรม์ที่ระบุความคุ้มครองเฉพาะส่วนเกินวงเงินประกันภัยภาคบังคับ เมื่อค่าเสียหายไม่เกินวงเงินดังกล่าว

หลักกฎหมาย

ข้อตกลงในกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจที่กำหนดความคุ้มครองเฉพาะส่วนเกินวงเงินประกันภัยภาคบังคับ ไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และสามารถบังคับได้ หากค่าเสียหายไม่เกินวงเงินประกันภัยภาคบังคับ ผู้รับประกันภัยภาคสมัครใจไม่ต้องรับผิด

คำวินิจฉัย

จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยภาคบังคับของรถยนต์คันหนึ่ง จำเลยเป็นผู้รับประกันภัยภาคสมัครใจของรถบรรทุกอีกคันหนึ่ง กรมธรรม์ของจำเลยระบุความคุ้มครองเฉพาะส่วนเกินวงเงินประกันภัยภาคบังคับ 250,000 บาทต่อคน ขณะเกิดเหตุวงเงินประกันภัยภาคบังคับคือ 50,000 บาทต่อคน รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันโดยความประมาทของผู้ขับรถบรร

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12896/2557บริษัทสัมพันธ์ประกันภัย จำกัด โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โจทก์บริษัทกมลประกันภัย จำกัด (มหาชน)จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 กรมธรรม์ประกันภัยของจำเลยระบุความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัยไว้ว่า เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 250,000 บาท ต่อคน ซึ่งเท่ากับจำเลยจะต้องรับผิดก็เมื่อความเสียหายนั้นเกินกว่าวงเงินสูงสุดของความคุ้มครองในการประกันภัยภาคบังคับ โดยรับผิดในส่วนเกินนั้นไม่เกิน 250,000 บาท ต่อคน แต่หากความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เกินวงเงินสูงสุดของความคุ้มครองในการประกันภัยภาคบังคับ ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดของจำเลย แต่เป็นเรื่องที่จะต้องเรียกร้องเอาจากผู้รับประกันภัยภาคบังคับ หรือเจ้าของรถ หรือผู้ทำละเมิด แล้วแต่กรณี เมื่อความเสียหายคดีนี้มีจำนวนเพียง 5,297 บาท ซึ่งอยู่ในวงเงินของความคุ้มครองในการประกันภัยภาคบังคับ จึงไม่อยู่ในความรับผิดของจำเลย ข้อตกลงของผู้เอาประกันภัยกับจำเลยเช่นว่านี้เป็นการกำหนดความคุ้มครองมิให้เกิดความซ้ำซ้อนกับการประกันภัยภาคบังคับ และเป็นการแบ่งความคุ้มครองออกเป็นคนละส่วน โดยมิได้ทำให้บุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายจากการใช้รถต้องเสียสิทธิที่จะได้รับค่าเสียหายแต่ประการใด ทั้งแบบกรมธรรม์ประกันภัยก็เป็นไปตามที่กรมการประกันภัยกำหนดให้ใช้บังคับ ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่ประการใด ส่วนโจทก์จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาเงินที่ได้จ่ายไปจากผู้ใดได้หรือไม่ เพียงใด ย่อมต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 5,727 บาท