สัญญาซื้อไม้หมอนรองรางรถไฟระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับเอกชนเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง
สัญญาทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดทำบริการสาธารณะ หรือเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค หรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ หากสัญญามีสาระสำคัญเพียงการจัดหาและส่งมอบสินค้าเพื่อใช้ในกิจการของหน่วยงานทาง
ข้อพิพาทในคดีนี้มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองทำสัญญาซื้อไม้หมอนรองรางรถไฟจากบริษัทเอกชน โดยจำเลยผิดสัญญาไม่ส่งมอบหรือส่งไม่ถูกต้อง โจทก์บอกเลิกสัญญาและเรียกริบหลักประกันพร้อมค่าปรับ จำเลยโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่าสัญญาเป็นสัญญาทางปกครอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 1/2558การรถไฟแห่งประเทศไทย โจทก์บริษัท เอส เค ลีโอ จำกัดจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ป.พ.พ. คดีที่การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองยื่นฟ้องเอกชนตามสัญญาซื้อไม้หมอนรองรางรถไฟและสัญญาค้ำประกันสัญญาดังกล่าว ขอให้ริบหลักประกันและชำระค่าปรับพร้อมดอกเบี้ย คดีจึงมีประเด็นต้องพิจารณาว่า สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง เห็นว่า สาระสำคัญของสัญญาไม่มีวัตถุประสงค์ให้คู่สัญญาเข้าดำเนินกิจการหรือเข้าร่วมภารกิจของโจทก์และวัตถุประสงค์ของสัญญาไม่ได้เป็นไปเพื่อการจัดทำบริการสาธารณะ คงมีสาระสำคัญเป็นเพียงการให้จำเลยจัดหาและส่งมอบไม้หมอนรองรางรถไฟให้แก่โจทก์เพื่อใช้ในกิจการของโจทก์เท่านั้น ทั้งข้อกำหนดของสัญญามีลักษณะผูกพันกันด้วยใจสมัครตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค เมื่อสัญญาพิพาทไม่มีลักษณะเป็นสัญญาตามบทนิยามในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ การทำสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นเพียงการก่อให้เกิด นิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชน แม้สัญญาพิพาทเป็นสัญญาซึ่งมีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่เมื่อวัตถุประสงค์ของสัญญามิได้เป็นไปเพื่อการจัดทำบริการสาธารณะอันเป็นแนวคิดพื้นฐานของการจัดให้มีสัญญาทางปกครองที่เป็นข้อแตกต่างจากสัญญาทางแพ่ง สัญญาพิพาทจึงเป็นเพียงสัญญาทางแพ่งที่มีหน่วยงานทางปกครองเป็นคู่สัญญาเท่านั้น ข้อพิพาทในคดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑/๒๕๕๘ วันที่ ๒๐ กุมภาพัน