คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่เอกชนฟ้องวัดและเจ้าหน้าที่รัฐขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
การที่ศาลจะพิพากษาหรือมีคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า โฉนดที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือจำเลยที่ 1 เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์ฟ้องว่าเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าโดยได้รับการยกให้จากบิดาซึ่งครอบครองมาเกือบ 80 ปี จำเลยที่ 1 (วัด) นำที่ดินไปออกโฉนดทับที่ดินของโจทก์โดยจำเลยที่ 2 (เจ้าพนักงานที่ดิน) ดำเนินการออกโฉนดให้ โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์และให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันเพิกถอนโฉนด จำเล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 12/2558นายภูวงศ์ สัมพันธ์เพ็งโจทก์วัดสุปัฎนารามวรวิหาร ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 คดีนี้เป็นคดีที่เอกชนยื่นฟ้องนิติบุคคลเป็นจำเลยที่ ๑ เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และหน่วยงานทางปกครองเป็นจำเลยที่ ๔ ว่า โจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินมือเปล่าต่อจากบิดาโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน จำเลยที่ ๑ ได้นำที่ดินพิพาทไปออกโฉนดทับที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินแปลงพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ และให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ร่วมกันเพิกถอนโฉนดที่ดินพิพาทดังกล่าว การที่ศาลจะพิพากษาหรือมีคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า โฉนดที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือจำเลยที่ ๑ เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๒/๒๕๕๘ วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๘ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ระหว่าง ศาลปกครองอุบลราชธานี การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดอุบลราชธานีโดยสำนักงานศาลยุติธรรมส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเ