ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 57/2557

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดที่เอกชนฟ้องหน่วยงานทางปกครองและผู้รับจ้างเอกชน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

เหตุละเมิดที่มิได้เป็นผลโดยตรงจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเอกชนฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองในฐานะผู้ว่าจ้าง และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับจ้างเอกชน ฐานละเมิดโดยงดเว้นไม่ติดตั้งป้ายเตือนหรือเครื่องหมายจราจรระหว่างการปรับปรุงถนน ทำให้โจทก์ขับรถชนได้รับบาดเจ็บสาหัสและรถเสียหาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 57/2557นายวีรชัช แสนสุขโจทก์กรมทางหลวง ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ป.พ.พ. โจทก์เป็นเอกชนฟ้องจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างเหมาปรับปรุงถนนสาธารณะ งดเว้นไม่กระทำการเพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ถนน ทราบว่ากำลังมีการก่อสร้างปรับปรุงพื้นผิวถนนที่เกิดเหตุ เป็นเหตุให้รถยนต์ที่โจทก์ขับมาตามปกติ เสียหลักพลิกคว่ำไถลเข้าข้างทางได้รับบาดเจ็บสาหัสและรถยนต์คันเกิดเหตุเสียหาย เป็นกรณีที่เอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิด แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองในฐานะผู้ว่าจ้าง แต่จำเลยที่ ๑ จะมีความรับผิดในฐานะผู้ว่าจ้างหรือไม่จะต้องพิจารณาว่าจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ละเมิดต่อโจทก์หรือไม่เสียก่อน หากเป็นการกระทำละเมิด จึงจะพิจารณาต่อไปว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ผิดในการเลือกหาผู้รับจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๒๘ หรือไม่ ประเด็นแห่งคดีในส่วนการกระทำละเมิด ของจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ จึงเป็นส่วนสำคัญความรับผิดของจำเลยทั้งสามจึงมีมูลความแห่งคดีเดียวกันและเหตุละเมิดตามคำฟ้องของโจทก์จากการกระทำของจำเลยที่ ๑ มิได้เป็นผลโดยตรงจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีนี้จึงอย