ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1783/2558นางสาวเกศสุดา น้อยยะ โดยนายจันทร์เที่ยงโจทก์หิรัญพฤกษ์ ผู้แทนโดยชอบธรรมโจทก์นางนิยมพร เจริญวัฒนาชัยกุล กับพวกจำเลยโจทก์เป็นผู้เยาว์ได้ทำนิติกรรมสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินของตนแก่จำเลยที่ 1 เป็นกรณีที่ผู้เยาว์กระทำนิติกรรมเอง ไม่ใช่ผู้ปกครองของจำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำ จึงหาใช่กรณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1574 ไม่ แต่ต้องปรับตามมาตรา 21 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้เยาว์จะกระทำนิติกรรมใดต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน มิฉะนั้นนิติกรรมนั้นจะเป็นโมฆียะ เมื่อมีการบอกล้างก็ให้ถือว่าเป็นโมฆะมาตั้งแต่เริ่มแรก และให้ผู้เป็นคู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง สัญญาจึงไม่ผูกพันโจทก์ กรณีมิใช่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมโดยหลีกเลี่ยงกฎหมายโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่าหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาวางมัดจำที่ดินพิพาทเป็นโมฆะ และให้จำเลยที่ 1 คืนโฉนดที่ดินเลขที่ 1524 ตำบลสระประดู่ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบุรี แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่คืน ขอให้มีคำสั่งให้สำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาวิเชียรบุรี ออกใบแทนโฉนดดังกล่าวให้แก่โจทก์แทน จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 และที่ 3 ออกเสียจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนโฉนดที่ดินเลขที่ 1524 ตำบลสระประดู่ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให