ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 52/2558นางรดา สะเทื้อนหรือพีบขุนทด ที่ 1 กับพวกรวม 23 คนโจทก์กรมที่ดินจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องหน่วยงานทางปกครองเป็นจำเลย อ้างว่า โจทก์ทั้งยี่สิบสามเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตามสัดส่วนของแต่ละคนรวมเนื้อที่ ๗๙๑ ไร่ ต่อมาจำเลยออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ ๒๓๑๘๙ เนื้อที่ ๑,๓๒๙ ไร่ ๓ งาน ทับที่ดินทั้งหมดของโจทก์ทั้งยี่สิบสาม การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ทั้งยี่สิบสามเสียหาย ขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ ๒๓๑๘๙ ห้ามจำเลยหรือตัวแทนยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทกับให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินคืนให้โจทก์ทั้งยี่สิบสาม หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์ "แวะช่องโก" ซึ่งมีเอกสารสิทธิเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ ๒๓๑๘๙ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ โจทก์ทั้งยี่สิบสามไม่ได้เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามฟ้อง เห็นว่า เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ทั้งยี่สิบสามในการใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ทั้งยี่สิบสาม การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ทั้งยี่สิบสามได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดิน ส่วนที่พิพาทโจทก์ทั้งยี่สิบสามเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามสัดส่วนของแต่ละคนหรือเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์เป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศา