ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 9/2559

ประเด็นกฎหมาย

การคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะผู้ดูแลที่สาธารณะ เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือเป็นเพียงการใช้สิทธิในฐานะผู้มีสิทธิในที่ดินข้า

หลักกฎหมาย

การคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะผู้ดูแลรักษาที่สาธารณะซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียง เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง มิใช่การใช้อำนาจตามกฎหมาย ดังนั้น คดีพิพาทเกี่ยวกับการคัดค้านดังกล่าวจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม มิใช่ค

คำวินิจฉัย

คดีระหว่างนางสาวแจ่ม สนสิริ โจทก์ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก ที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนทอง ที่ 2 จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 132563 และ 132565 ยื่นขอรังวัดสอบเขต แต่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นนายอำเภอและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล คัดค้านการรังวัดโดยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ ทำให้เนื้อที่โจทก์ขาดหายไปแปลงละ 20 ตารางวา โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนคำคัดค้านและนำชี้แนวเขตให้ถูกต้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 9/2559นางสาวแจ่ม สนสิริโจทก์นายอำเภอเมืองพิษณุโลก ที่ ๑ กับพวกรวม 2 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้นายอำเภอเมืองพิษณุโลก และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนทอง เพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ที่อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ และให้จำเลยทั้งสองนำชี้แนวเขตให้ถูกต้องตามเนื้อที่ในโฉนดที่ดินของโจทก์ เห็นว่า แม้จำเลยทั้งสองจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่การคัดค้านการรังวัดของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำในฐานะผู้ดูแลรักษาที่สาธารณะซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียงของที่ดินโจทก์เพื่อระวังแนวเขตอันเนื่องมาจากการที่โจทก์ขอสอบเขตโฉนดที่ดินของตน อันเป็นเพียงการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง มิได้เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายแต่อย่างใด ทั้งมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคห้า แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติถึงกรณีผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดว่า "หากปรากฏมีผู้คัดค้านให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจสอบสวนไกล่เกลี่ยถือหลักฐานแผนที่เป็นหลักในการพิจารณา ถ้าตกลงกันได้ก็ให้ดำเนินการไปตามที่ตกลง แต่ต้องไม่เป็นการสมยอมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย หากตกลงกันไม่ได้ให้แจ้งคู่กรณีไปฟ้องต่อศาลภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าไม่มีการฟ้องภายในกำหนดดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะสอบเขตโฉนดที่ดินนั้นต่อไป" กรณีจึงเป็นเรื่องการโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองผู้รักษาที่ดินสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียง เมื่อการกระทำของจำเลยทั้งสองมิได้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย คดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานท