ข้อตกลงการใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กับบริษัทเอกชน เป็นสัญญาทางปกครองหรือสัญญาทางแพ่ง และคดีอ
หน่วยงานทางปกครองจะกระทำการในฐานะหน่วยงานทางปกครองได้ต่อเมื่อใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองตามที่กฎหมายมอบหมาย การทำสัญญาเชิงพาณิชย์บนพื้นฐานความเท่าเทียมกันของคู่สัญญา ไม่ใช่การใช้อำนาจทางปกครอง สัญญาที่ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาจัดทำบริการสาธารณะ หรือสัญญาแสวงประโยชน์จากทรัพยากร
ข้อตกลงการใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกพิพาทเป็นสัญญาทางแพ่ง มิใช่สัญญาทางปกครอง คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่แปลงสภาพจากรัฐวิสาหกิจ โจทก์ทำข้อตกลงกับจำเลยให้ใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยาน โดยจำเลยชำระค่าตอบแทน ข้อตกลงกำหนดบนพื้นฐานความเท่าเทียมกัน ไม่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจทางปกครอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 16/2559บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)โจทก์บริษัท บางกอกเอวิเอชั้นเซ็นเตอร์ จำกัดจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 พ.ร.ฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิประโยชน์ของบริษัทท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๕ กฎกระทรวง ฉบับที่ 30 (พ.ศ.2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ พ.ศ. 2549 พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 คดีที่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ยื่นฟ้องเอกชน จำเลย ขอให้ชำระค่าธรรมเนียมในการขึ้นลงของเครื่องบินและค่าธรรมเนียมที่เก็บเครื่องบินตามข้อตกลงใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก เลขที่ ๑๒/๒๕๔๗ เห็นว่า โจทก์เคยเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ แต่ต่อมาได้ผ่านการแปลงสภาพตามกฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจ ให้กลายมาเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โจทก์จะเป็นหน่วยงานทางปกครองได้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้กระทำกิจการบางอย่างตามที่กฎหมายมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือการดำเนินกิจการทางปกครองเท่านั้น เมื่อพิจารณาข้อตกลงการใช้ทรัพย์สิน บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกพิพาท มีลักษณะเป็นสัญญาอย่างหนึ่งที่โจทก์ตกลงให้จำเลยได้รับบริการและใช้ทรัพย์สินของโจทก์ โดยจำเลยยินยอมชำระค่าตอบแทน อันเป็นการประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ของโจทก์ ทั้งการกำหนดแบบและรายละเอียดของข้อตกลงก็เป็นการผูกนิติสัมพันธ์บนพื้นฐานความเท่าเทียมกันของคู่สัญญา การทำข้อตกลงดังกล่าวของโจทก์จึงมิได้มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองตามที่ได้รับมอบหมาย จึงไม่ใช่การกระทำในฐานะที่เป็นหน่วยงานทางปกครองตามบทนิยามของมาตรา ๓ แ