คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม
การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ดำเนินการตามคำขอของผู้ฟ้องคดี จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินซึ่งผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์ กรณีจึงเป็นคดีที่ผู้ฟ้องคดีขอให้รับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินพิพาทเป็นสำคัญ จึงเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจา
คดีระหว่าง นายพรมมา ใต้พรม ผู้ฟ้องคดี กำนันตำบลเขวาไร่ ที่ 1 ปลัดอำเภอนาเชือก ที่ 2 กรมการปกครอง ที่ 3 กรมที่ดิน ที่ 4 องค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ ที่ 5 ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีอ้างว่ามีสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส. 3 ก. และถูกผู้ถูกฟ้องคดีบุกรุกขุดคูทำถนนเพื่อแสดงแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ ผู้ถูกฟ้องคดีโต้แย้งว่าที่ดินเป็นสาธารณประโยชน์และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 75/2559นายพรมมา ใต้พรมผู้ฟ้องคดีกำนันตำบลเขวาไร่ ที่ 1 กับพวกรวม 5 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่เอกชนผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองผู้ถูกฟ้องคดีว่า บุกรุกเข้าไปในที่ดิน น.ส. ๓ ก. ของผู้ฟ้องคดี โดยการขุดคูทำถนนเพื่อใช้แสดงเป็นแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ ขอให้พิพากษาหรือสั่งให้ถมร่องดินและปรับให้คืนสู่สภาพเดิม พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหาย และดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีให้การทำนองเดียวกันว่าการขุดแนวคันคูรอบที่สาธารณประโยชน์โคกฝายหินลาดเพื่อป้องกันการบุกรุกและอนุรักษ์ป่าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และมิได้รุกล้ำ เห็นว่า การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินซึ่งผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์ กรณีจึงเป็นคดีที่ขอให้รับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินพิพาทเป็นสำคัญ เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๗๕/๒๕๕๙ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลปกครองขอนแก่น ระหว่าง ศาลจังหวัดมหาสารคาม การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองขอนแก่นโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความ