ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4345/2559

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าการหย่าโดยคำพิพากษาตามยอมมีผลสมบูรณ์โดยไม่ต้องจดทะเบียนหรือไม่ และสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับการหย่าและทรัพย์สินเป็นสัญญาที่โจทก์จะบอกล้า

หลักกฎหมาย

การหย่าโดยคำพิพากษาตามยอมมีผลสมบูรณ์ในวันที่ศาลพิพากษา โดยไม่ต้องไปจดทะเบียนหย่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1531 วรรคสอง เว้นแต่จะอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้สุจริต สัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ไม่ใช่สัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสมรสตามมาตรา 1469 ที่จะบอกล้างได้ เพราะจะขัดต่อ ป.

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 14/2555 โดยตกลงหย่าและแบ่งทรัพย์สิน ศาลพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 แต่คู่ความไม่ได้ไปจดทะเบียนหย่าตามที่ตกลง ต่อมาจำเลยนำสำเนาคำพิพากษาไปจดทะเบียนหย่าฝ่ายเดียวที่สำนักงานเขตลาดพร้าว โจทก์ฟ้องขอแบ่งสินสมรสอีก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4345/2559นางสาวศศิธร ราชปันดิโจทก์นายบัณฑิต ไตรรัตนวงศ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 850, ม. 1469, ม. 1531, ม. 1532 ป.วิ.พ. ม. 145 ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2541 ข้อ 6, 22ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์และจำเลยตกลงหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันโดยจะไปจดทะเบียนหย่ากันที่ที่ว่าการอำเภอเมืองนนทบุรีในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 โจทก์และจำเลยไม่อุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุดในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 การหย่าระหว่างโจทก์และจำเลยจึงมีผลสมบูรณ์ในวันดังกล่าว โดยไม่จำต้องไปจดทะเบียนการหย่า เพียงแต่จะอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตไม่ได้เท่านั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1531 วรรคสอง แม้ข้อตกลงจะระบุให้ไปจดทะเบียนหย่ากันที่ที่ว่าการอำเภอเมืองนนทบุรี แต่ในวันที่ศาลพิพากษาตามยอมโจทก์และจำเลยไม่ได้ไปจดทะเบียนการหย่ากันที่ที่ว่าการอำเภอเมืองนนทบุรี โจทก์และจำเลยคนใดคนหนึ่งย่อมนำคำพิพากษาไปจดทะเบียนหย่าได้ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2541 ข้อ 6 ระบุว่า ในการขอจดทะเบียนและบันทึกการหย่าจะร้องขอต่อนายทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ และการจดทะเบียนหย่าโดยคำพิพากษาต้องนำสำเนาคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้สามีภริยาหย่ากันและมีคำรับรองถูกต้องมาแสดงนั้นสามารถดำเนินการฝ่ายเดียวได้ ดังจะเห็นได้ในข้อ 22 (4) ที่ระบุว่า สำหรับในกรณีที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องเพียงฝ่ายเดียวให้เก็บรักษาใบสำคัญการหย่าฉบับที่เหลือไว้และแจ้งให้อีกฝ่ายมารับไป การที่จำเลยนำสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมควา