ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 86/2559

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่เกิดจากการก่อสร้างถนนของหน่วยงานทางปกครอง อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายและปรับพื้นที่ให้คืนสู่สภาพเดิมได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นที่สาธารณะ จึงเป็นการฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีระหว่างนายสุนัน ชินมา ผู้ฟ้องคดี กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีวิชัย ที่ 1 และองค์การบริหารส่วนตำบลศรีวิชัย ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินตาม น.ส.3 ก. ถูกหน่วยงานทางปกครองสร้างถนนตัดผ่านและตัดต้นไม้เผาทำลาย ผู้ถูกฟ้องคดีอ้างว่ามีผู้อุทิศที่ดินให้และมีเอกสาร น.ส.2 จึงเกิดข้อโต้แย้งเรื่องสิทธิในที่ดิน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 86/2559นายสุนัน ชินมาผู้ฟ้องคดีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีวิชัย ที่ 1 กับพวกรวม2คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. คดีที่เอกชนยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองว่า สร้างถนนผ่านที่ดินของผู้ฟ้องคดี และมีการตัดต้นไม้เผาทำลาย ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายและปรับพื้นที่ให้คืนสู่สภาพเดิม ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การว่า ที่ดินพิพาทมีประชาชนอุทิศให้ มิได้เข้าไปดำเนินการก่อสร้างถนนโดยพลการ จึงเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เห็นว่า การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณะเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นการฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดี อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๘๖/๒๕๕๙ วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๙ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลปกครองอุดรธานี ระหว่าง ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองอุดรธานีโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องคดีโต้แย้งอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที