ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 55/2559

ประเด็นกฎหมาย

คดีที่เอกชนฟ้องเอกชนด้วยกันในมูลละเมิด แม้จะกล่าวอ้างว่าหน่วยงานทางปกครองละเลยต่อหน้าที่ด้วย แต่เมื่อเป็นมูลละเมิดเดียวกัน คดีอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

เมื่อเหตุแห่งการฟ้องคดีสืบเนื่องมาจากการที่เอกชนฟ้องเอกชนด้วยกันให้รับผิดในมูลละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครองละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย แต่หากโจทก์มุ่งประสงค์ให้จำเลยร่วมกันรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากมูลละเมิดเดียวกัน คดีย่อมอยู่ในอำนาจศาลยุต

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซึ่งเป็นเอกชนฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเอกชนและจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ขุดดินลึกเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตและไม่จัดให้มีมาตรการป้องกัน ทำให้ที่ดินโจทก์เสียหาย และจำเลยที่ 2 ละเลยต่อหน้าที่ในการควบคุมดูแลการขุดดิน โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 55/2559นายสังเวียน เหลือแป ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนโจทก์บริษัทพีพีเอส เอนเนอยี แอนด์ มารีน จำกัด ที่ 1 จำเลยกับพวกรวม 2 คน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. คดีที่โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นเอกชนยื่นฟ้องเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของบ่อดินขนาดใหญ่ว่าไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันควบคุมดูแลบ่อดินเพื่อมิให้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินข้างเคียง เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำในบ่อดินท่วมและการทรุดตัวของบ่อดินเนื่องจากการขุดบ่อดินลึกเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลับละเลยต่อหน้าที่กรณีไม่ดำเนินการออกคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตขุดดินระงับการขุดดินหรือมีคำสั่งให้จัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนไม่ออกคำสั่งให้จัดทำแนวป้องกันการพังทลายของดินหรือป้องกันน้ำล้นขอให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย เห็นว่า เมื่อเหตุแห่งการฟ้องคดีสืบเนื่องมาจากการที่เอกชนฟ้องเอกชนด้วยกันให้รับผิดในมูลละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม แม้โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครองละเลยต่อหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการขุดดินและการถมดิน พ.ศ.๒๕๔๓ก็ตาม แต่ก็เป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสองมุ่งประสงค์ให้จำเลยร่วมกันรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากมูลละเมิดเดียวกันที่ศาลจะต้องดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงที่รับฟังได้เป็นยุติในข้อพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกันว่ามีการกระทำละเมิดหรือไม่ คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๕๕/๒๕๕๙ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปก