คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลมีสิทธิขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินปันผลที่ได้รับ โดยได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลซึ่งมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ข) เกิน 30,000 บาท มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในนามคณะบุคคลเสมือนเป็นบุคคลคนเดียว และมีสิทธิได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ หากมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนเงินภาษีอากรจำนวน 182,929.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป แต่ดอกเบี้ยต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่โจทก์ได้รับคืน
โจทก์ทั้งสองจัดตั้งคณะบุคคลนายกำจรและนายวีระชัยเพื่อลงทุนและซื้อขายหลักทรัพย์ร่วมกัน คณะบุคคลได้รับเงินปันผลจากบริษัทมหาชนในปีภาษี 2553 เกิน 30,000 บาท และยื่นแบบแสดงรายการภาษีโดยขอเครดิตภาษีเงินปันผล ส่งผลให้มีภาษีชำระเกิน 182,929.70 บาท แต่จำเลยปฏิเสธการคืนภาษี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6899/2559นายกำจร เตชะวิเชียร กับพวกโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 40 (4) (ข), ม. 47 ทวิ วรรคหนึ่ง, สอง, ม. 65 วรรคสองที่ ส. เจ้าพนักงานของจำเลยเบิกความว่า คณะบุคคล ก. และ ว. เป็นหน่วยภาษีที่เป็นคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ตามประมวลรัษฎากร บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชน การจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ร่วมกันถือหุ้นดังกล่าวนั้น ต้องจ่ายให้แก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ใช้สิทธิในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้น เงินปันผลที่ได้รับถือเป็นการรับแทนผู้ร่วมหุ้น เงินปันผลที่ได้รับจึงถือเป็นเงินได้ของบุคคลแต่ละคนผู้ร่วมในคณะบุคคลนั้น ก็ปรากฏจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ว่า บริษัทเจ้าของหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในนามของคณะบุคคล ก. และ ว. ได้จ่ายเงินปันผลให้คณะบุคคลดังกล่าว และผู้จ่ายเงินปันผลได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายแล้ว โดยระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของคณะบุคคล ก. และ ว. ที่จำเลยออกให้แก่โจทก์ทั้งสอง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า บริษัทเจ้าของหลักทรัพย์ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในประเทศไทยได้จ่าย เงินปันผลในระหว่างปีภาษี 2553 ให้แก่คณะบุคคล ก. และ ว. มิได้จ่ายเงินปันผลให้แก่โจทก์ที่ 1 เพียงคนเดียวดังที่พยานจำเลยเบิกความ เมื่อคณะบุคคลดังกล่าวเป็นคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลได้รับเงินได้พึงประเมินเป็นเงินปันผลตามมาตรา 40 (4) (ข) จากบริษัทต่าง ๆ ในปีภาษี 2553 ตามหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เกินกว่า 30,000 บาท คณะบุคคลจึงเป็นผู้มีเงินได้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยผู้อำนวยการหรือผู้จัดการรับผิดเสียภาษีในชื่อของคณะ